Skip to content
Home    »   รวมบทความเกี่ยวกับ Productive Life และการใช้ ClickUp    »   Productive Life/พัฒนาตนเอง    »   8 ขั้นตอนในการวางแผนชีวิต เพื่อสร้างเข็มทิศ พิชิตเป้าหมาย

8 ขั้นตอนในการวางแผนชีวิต เพื่อสร้างเข็มทิศ พิชิตเป้าหมาย

life planning

การวางแผนชีวิตอาจฟังดูเป็นเรื่องใหญ่โต แต่จริง ๆ แล้วมันคือการแบ่งเป้าหมายออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณมีเข็มทิศนำทางไปถึงจุดหมายที่ต้องการได้อย่างมั่นคงครับ วันนี้ผมอยากแบ่งปันขั้นตอนง่าย ๆ ในการวางแผนชีวิตที่สามารถปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของคุณกัน

ประเมินความสมดุลในชีวิต

ด้านหลักๆ ที่สำคัญในชีวิตของคนเราจะมีอยู่ด้วยกัน 8 ด้าน ที่เรียกว่า “วงล้อชีวิต (Wheel of life)” 👈(ศึกษาวิธีประเมินอย่างละเอียดได้ตามลิงก์นี้ครับ) ซึ่งวงล้อชีวิตนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยประเมินความสมดุลในชีวิตของคุณครับ โดยจะแบ่งชีวิตออกเป็นด้านที่สำคัญๆ ดังนี้

  1. ❤️ สุขภาพ
  2. 💼 การงาน
  3. 💎 การเงิน
  4. 👨‍👩‍👧‍👦 ครอบครัว
  5. 💑 ความสัมพันธ์เพื่อนฝูง
  6. 💡พัฒนาตนเอง
  7. 🧘‍♀️พัฒนาจิตใจ
  8. 🌏ช่วยเหลือสังคม
Wheel of life

ซึ่งการประเมินจะเป็นการให้คะแนนแต่ละด้านในระดับ 0-10 (0 คือ ไม่พอใจมากที่สุด และ 10 คือพอใจมากที่สุด) ว่าคุณพึงพอใจกับแต่ละด้านมากแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของชีวิตว่ามีด้านใดที่ต้องปรับปรุงและด้านใดที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม การใช้วงล้อชีวิตเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนชีวิตที่ดี เพราะจะทำให้คุณตั้งเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และในอนาคตคุณจะได้พบกับชีวิตที่มีประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านครับ

ซึ่งคะแนนที่จะเรียกได้ว่า ชีวิตมีความสมดุล ก็คือแต่ละด้านจะต้องได้คะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 7 คะแนนขึ้นไป

และหลังจากคุณประเมินคุณจะพบว่ามีด้านที่คะแนนน้อยมากๆ อยู่ ซึ่งอาจจะมีหลายด้าน ถ้าเป็นแบบนี้คุณก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ คุณแค่เลือกมาสัก 1 – 2 ด้านที่คุณคิดว่าสำคัญกับชีวิตคุณในตอนนี้มากๆ ก็พอ เพื่อนำมาปรับปรุงและสร้างเป็นเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้นในขั้นตอนต่อๆ ไปกัน

และถ้าคุณต้องการสร้างความสมดุลระหว่างการงานและขีวิตสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ Work Life Balance ครับ

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน (Goal Setting)

smart goal

เป้าหมายที่ดีควรมีความชัดเจน สามารถวัดผลได้ สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ ซึ่งควรจะผ่านหลักเกณฑ์ที่เรียกว่า SMART Goal ครับ หลักเกณฑ์นี้จะมาช่วยเพิ่มโอกาสในการพิชิตเป้าหมายของคุณได้อย่างมากเลยครับ (ผมได้เขียนรายละเอียดและวิธีใช้แบบ Step by Step ไว้ให้แล้วตามลิงก์เลยครับ)

แบ่งเป้าหมายออกเป็นส่วนย่อย (ฺBreakdown)

step by step

เมื่อได้เป้าหมายที่ชัดเจนมาแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการแบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เพื่อที่จะจัดการได้ง่าย เช่น

  • หากเป้าหมายของคุณคือการวิ่งมาราธอน คุณอาจเริ่มจากการวิ่งวันละ 2 กิโลเมตร แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะทางขึ้นครับ
  • หากคุณวางแผนเพิ่มยอดขายรายปีคุณอาจย่อยเป็นรายไตรมาส จากนั้นค่อยวัดผลและปรับปรุงแผนดำเนินการไปทีละไตรมาส

การแบ่งเป้าหมายแบบนี้จะช่วยลดความกดดัน มองเห็นสิ่งที่ต้องทำชัดเจน และทำให้คุณรู้สึกว่าทุกก้าวเป็นไปได้จริง

กำหนดกรอบเวลา (Time-based)

Time-based

การตั้งกรอบเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณมีแรงจูงใจและความเร่งรีบในการลงมือทำครับ เช่น หากเป้าหมายของคุณคือการเรียนรู้ทักษะใหม่ ให้คุณกำหนดว่า “ฉันจะเรียนจบหลักสูตรภายใน 3 เดือน” หรือ “เพิ่มยอดขาย 10% ในไตรมาสแรก” การมีกำหนดเวลาช่วยให้คุณไม่ผลัดวันประกันพรุ่งและทำให้เป้าหมายของคุณมีความเป็นไปได้มากขึ้น

สร้างนิสัยที่สนับสนุนเป้าหมาย

นิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันสามารถช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นครับ เช่น หากคุณต้องการพัฒนาทักษะด้านการเขียน อาจเริ่มต้นจากการเขียนวันละ 10 นาที หรือหากคุณต้องการวิ่งมาราธอนก็เริ่มจากวิ่งวันละ 2-3 กิโล แล้วค่อยๆ ขยับไปจนถึงเป้าหมายครับ

habit tracker

นิสัยเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างวินัยและทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าในทุกๆ วัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่จะช่วยไม่ให้คุณล้มเลิกการเดินตามแผนชีวิตไปเสียก่อน

ติดตามผลและปรับปรุง (Follow Up)

ชีวิตไม่ได้เดินตามแผนเสมอไป การติดตามผลเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณมองเห็นว่าคุณกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ หากมีอุปสรรคเกิดขึ้น ให้คุณปรับแผนหรือเป้าหมายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น ถ้าการวิ่งทุกเช้ากลายเป็นเรื่องยาก ลองเปลี่ยนไปวิ่งช่วงเย็นแทน หรือ จากที่คุณตั้งใจจะเพิ่มยอดขายโดยเริ่มต้นคุณพยายามดันยอดขายสินค้า A ผ่านช่องทาง Facebook แต่เมื่อวัดผลแล้วไม่เป็นไปตามที่คาด ก็อาจจะปรับไปเป็นช่องทาง Tiktok แทน หรือเปลี่ยนเป็นสินค้า B

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือเส้นทางปกติของการเติบโต

ฉลองความสำเร็จ (Celebrate)

Celebrate

เมื่อคุณบรรลุเป้าหมายไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ อย่าลืมให้รางวัลตัวเองครับนะครับ การฉลองความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้คุณเดินหน้าต่อไป เช่น 🍹ไปร้านอาหารโปรด, 🎁 ซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรือ 🏖️พักผ่อนในที่ที่คุณชอบ

หาเครื่องมือช่วยที่เหมาะสม

finding tools

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการวางแผนชีวิตก็คือ การจดหรือบันทึกสิ่งที่คุณทำลงไปสักที่หนึ่ง เพราะจากขั้นตอนที่ผมพูด ล้วนต้องใช้การจดการเขียนครับ ซึ่งคุณก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัดของคุณเลย ตั้งแต่ กระดาษธรรมดา ไปจนสมุด Planner (แนะนำสมุดที่มีฟีเจอร์เกี่ยวกับ To-Do List และ Goal Planner จะช่วยให้คุณวางเป้าหมายได้ง่ายขึ้น)

หรือถ้าคุณถนัดใช้แอปคุณก็สามารถใช้แอปแทนกระดาษได้ เช่น Microsoft Word, Google Sheet หรือจะใช้ Digital Planner บน Tablet ก็จะช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายและพกพาสะดวกขึ้นครับ โดยแอปเหล่านี้จะมี Templates ที่เป็นตัวช่วยในการวางแผนชีวิตให้เลือกใช้งานมากมายครับ

สุดท้ายเครื่องมือประเภทที่มีประสิทธิภาพที่สุดและมีตัวช่วยครบครันที่สุด โดยเฉพาะในด้านการวางแผนงาน ติดตามงานและเป้าหมาย ก็คือ E-Planner หรือ Project Management Tools แต่การจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาในการเรียนรู้ที่สูงกว่าทุกแบบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในระยะยาวนั้นคุ้มค่ามากที่สุด เพราะเป็นตัวช่วยที่จะนำพาคุณเดินทางไปได้ทั้งตามแผนชีวิตและแผนการทำงานในแต่ละวันพร้อมๆ กัน 🌞

ถ้าคุณสนใจใช้งาน Planner นี่คือบทความ แนะนำแพลนเนอร์ประเภทต่างๆ และแนวทางการเลือกใช้งาน ครับ

ถ้าคุณสนใจใช้งาน Tools ประเภทนี้ผมก็มีตัวช่วยลดเวลาการเรียนรู้ ด้วย คอร์สบริหารงานและชีวิตได้ครบ จบในที่เดียว ด้วย ClickUp Digital Planner (E-Planner) ให้ลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้นะครับ

Ads ClickUp Digital Planner

สรุป

การวางแผนชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้ความตั้งใจและวินัยในการทำตามแผนครับ หวังว่าขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้การวางแผนชีวิตของคุณทำได้ง่ายขึ้นและหวังว่าเป้าหมายของคุณเป็นจริงได้อย่างมั่นคง ผมเองก็มีเป้าหมายชีวิตเช่นกัน เรามาเดินตามเข็มทิศที่เราสร้างไปด้วยกันนะครับ 😊

👍บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *