
“Productive to go to 👨👩👧👧🌄🌊🍤🍺”
Productive เพื่อ ลดปัญหา และ เวลาสูญเปล่า ในการทำงาน ด้วย ClickUp เพื่อเอาเวลาที่ได้กลับมา ไป To Go ทำสิ่งที่มี “ความสุข” หรือ “สร้างธุรกิจให้เติบโต”
Supercharge Your Business Productivity with ClickUp & AI
Killing Wasting Time
ClickUp Power User

Power Use คือผู้ที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ใน 10% แรกของผู้ใช้งาน ClickUp ทั่วโลก ในด้านการใช้งาน ClickUp อย่างต่อเนื่อง
ClickUp Verified Ambassador

ผู้ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับ ClickUp
My ClickUp Certificates
ได้รับ ClickUp Expert Certificate ตั้งแต่ กันยายน ปี 2022 (คลิกภาพเพื่อดู Cert. จริง)
What I blog about
My Story

ยาวหน่อย (แต่ผมพยายามย่อแล้วนะครับ 😅)
ผมเป็น Introvert อีกคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ที่ดันเป็นประเภท INFJ ด้วย ทำให้ยิ่งใช้ชีวิตยากขึ้นไปอีก เพราะ MBTI ประเภทนี้จะมีความคิดในหัวไม่หยุดหย่อน แถมต้องการคำตอบในเรื่องต่างๆ ตลอดเวลา และคำตอบที่ต้องการจะต้องถูกใจและมีเหตุผลด้วย (ซึ่งย้อนแย้งมาก 😓 ทำให้เปลือง Ram และ CPU สมองสุดๆ ) แถมต้องการความเป็นระเบียบแบบแผนในแทบจะทุกเรื่อง และกังวลกับทุกความรับผิดชอบอย่างมาก (เกินไป) ไม่ชอบปัญหาเป็นที่สุด เจอเป็นต้องรีบแก้ ถ้าไม่แก้จะกังวลและเครียดมาก
ซึ่งทำให้ก่อนหน้านี้ผมมักเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตปกติ
- ถ้าทำงานอะไรอยู่ แล้วติดพัน หรือ ติดปัญหา จะไม่ยอมหยุด เรียกได้ว่าถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ หรือ ได้แต่ยังไม่พอใจหรือไม่สบายใจ ก็ไม่สามารถเลิกงานได้ ไม่กินข้าวกินปลา ไปห้องน้ำยังคิดงานไปด้วยหรือเอาคอมเข้าไปทำงานต่อ ไม่หลับไม่นอน จนกว่าร่างกายไม่ไหวถึงจะนอน แต่ก็หลับๆ ตื่นๆ คิดถึงงาน หรือถ้าเผลอสะดุ้งเมื่อไหร่ ก็จะลุกไปทำงานนั้นต่อเลย ไม่สนใจว่านอนไปน้อยแค่ไหน อาจจะแค่ 1-2 ชม. ก็ไม่สน ทำให้เสียสุขภาพมากๆ

- ซึ่งความเครียดความกังวลเหล่านี้ ไม่ได้เกิดแค่กับการทำงาน แต่การใช้ชีวิตปกติก็ด้วย เช่น แค่การต้องเดินทางไปไหนสักที่หรือนัดเจอใครสักคน ความกังวลของผมจะอยู่ในหัวตลอด จนกว่าจะผ่าน Event นั้นไป ทำให้เสียประสิทธิภาพในการทำงานอื่นๆ มากๆ เช่น แค่เพื่อนจะมาหาเย็นนี้หรือพรุ่งนี้ นับตั้งแต่ตอนนี้ผมจะไม่มีสมาธิในการทำงานแล้ว เพราะในหัวจะตั้งตารอและคิดเยอะเรื่องการนัด เช่น จะต้องจัดบ้านไหม, จะไปนั่งที่ไหน, พาไปเจอพ่อแม่ไหม, ซื้ออะไรไว้ให้กินไหม, หรือพาไปนั่งร้าน แล้วจะไปร้านไหนดี? แล้วถ้าเกิดเพื่อนอยากค้างล่ะ ให้นอนที่ไหน? บลาๆ บลาๆ
- เนื่องจากผมเป็น MBTI สาย J ที่ชีวิตต้องเป็นระบบถึงจะรู้สึกมีความสุขหรืออย่างน้อยก็รู้สึกว่าชีวิตปกติ ผมจึงพยายามวางแผนต่างๆ ตลอดเวลา แต่งานเหล่านั้นก็ยังผุดมา กวนใจเสมอ หรือหนักสุดถ้าพลาดลืมสิ่งใดไป ผมจะร้อนรนมากๆ หัวผมจะเค้นเพื่อนึกให้ได้ เค้นจนเวียนหัวจะอ้วกก็บ่อยครั้ง ถ้ายังคิดไม่ออกก็ไปรื้อทั้งสมุดที่เคยจด, ค้นทั้งไฟล์ที่มี เพื่อหาไอ้สิ่งที่ลืมนั้น อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง
- และปัญหาที่ผมพบบ่อยที่สุด คือ ในระหว่างที่ผมทำงานงานหนึ่งอยู่ แล้วมีงานอื่นผุดขึ้นมาในหัว ผมจะรีบไปทำมันให้เสร็จทันที แล้วค่อยกลับมาทำงานที่ทำอยู่ ซึ่งรบกวนสมาธิในการทำงานบ่อยมาก แถมลำดับงานก็รวนไปหมด แม้ตอนหลังพองานอื่นผุดมา ผมก็พยายามจดมันไว้ในกระดาษก่อนแทนที่จะรีบทำ แต่ถ้างานที่ผุดแทรกมานั้นดูท่าจะสำคัญ แม้ผมจดไปแล้วมันก็ยังวนเวียนมาในหัวผมขณะที่ผมทำอีกงานอยู่ดี สุดท้ายผมก็ต้องเร่งทำงานที่ทำอยู่ ให้เสร็จ เพื่อที่จะได้รีบไปทำงานที่ผุดขึ้นมาต่อ… และเป็นแบบนี้วนไปประจำเลย 😵💫
ซึ่งผมต้องใช้ขีวิตแบบนั้นมามากกว่า 10 ปี และปัญหาที่หนักเลยก็คือ ผมมองว่า สิ่งที่ผมเป็นนั้นคือคน Productive 😥

จนเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน ชีวิตพลิกผลันด้วยหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นก็เกี่ยวโยงกับโควิท ซึ่งส่งผลให้ผม Burnout กับงานที่ทำอยู่จนเลิกรับงานจากลูกค้าไป ไม่มีแม้แรงจะคิดงานหรือตอบคำถามลูกค้าเลย
ทำให้ผมมีเวลามาพิจารณาจนเห็นว่าปัญหาต่างๆ นั้นมาจากตัวผมเอง จึงเริ่มหาทางทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น ทั้งศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม และอ่านหนังสือหลายเล่มเพื่อทำความเข้าใจตนเอง
พอเวลาผ่านไป แม้ผมจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะรับมือกับการทำงานหรือภาระต่างๆ อย่างไร โดยที่ไม่กังวล เครียดและบ้าบอ เหมือนเมื่อก่อนหน้า
แต่แล้วผมก็พบกับหนังสืออีกเล่มที่เก่ามากและตีพิมพ์มาเป็น 10 กว่าปีแล้วเล่มหนึ่ง ที่เปลี่ยนชีวิตผมให้ดีขึ้นแบบไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปได้ นั่นก็คือหนังสือที่ชื่อ Getting things done หรือ GTD ของเดวิด อลัน ที่สอนลดความเครียดจากงานหรือภาระต่างๆ และจัดการมันอย่างเป็นระบบ ซึ่งมันใช่มากเลย มันคือทางแก้ปัญหาของผมชัดๆ
และผมจะไม่ให้เครดิตกับหนังสืออีกเล่มหนึ่งไม่ได้เลย นั่นก็คือ The Productivity Project โปรเจกต์ลับคนไฟลุก เพราะนี่คือหนังสือทีทำให้ผมรู้จักกับหนังสือ GTD เป็นครั้งแรกนั่นเอง ซึ่งเท่ากับมีพระคุณกับผมมากๆ เลย
(ผมได้ สรุป หนังสือ The Productivity Project โปรเจกต์ลับคนไฟลุก ไว้ด้วยครับ)
จากนั้นผมก็ตั้งใจอ่านหนังสือ GTD มากๆ เป็นหนังสือที่ผมอ่านหลายรอบมาก แถมถึงขั้นซื้อมา 2 เล่ม (ปกเหลือง และ ปกฟ้าส้ม) เพื่ออ่านเทียบกันเพราะแต่ละเล่มมีบางจุดที่แปลให้ผมไม่เข้าใจเท่าอีกเล่มอยู่
แต่ด้วยความที่ไม่ใช่หนังสือประเภท How to 1 2 3 4 ทำให้แม้จะอ่านจบสักกี่รอบก็ยังไม่เห็นผลอะไรนัก จนกว่าจะนำมาลองปรับใช้กับตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งหลังจากนั้น ผมเองก็เลยพยายามนำวิธีการในหนังสือมาปรับใช้คู่กับแอปอย่าง ClickUp ที่ก่อนหน้านี้ผมได้ใช้ทำงานให้กับบริษัทอยู่แล้ว โดยทดลอง ประยุกต์ และปรับใช้เรื่อยมา
จนวันหนึ่ง ผมได้ไปวิ่งกับเพื่อนสมัยม.ปลายคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่มาวิ่งว่า สิ่งต่างๆ มันชอบผุดขึ้นมาในหัวตลอดเลย แต่พอมาวิ่ง สิ่งที่ผุดในหัวน้อยมากๆ จนแทบไม่มี

ผมก็ลองมองย้อนกลับมาดูตัวเองว่า เออ เมื่อก่อนผมก็เป็นแบบเขาเลย แถมหนักกว่าด้วยจากปัญหา x ข้อก่อนหน้า แต่ตอนนี้ทำไมถึงไม่เป็นทั้งๆ ที่ไม่ได้วิ่ง พอมาคิดๆ ดู ก็พบว่านี่ล่ะคือผลลัพธ์ที่ผมนำแนวคิดจากหนังสือ GTD ปรับใช้ด้วย ClickUp อย่างต่อเนื่อง
และพอยิ่งมองย้อนไปก่อนหน้านั้น ผมก็พบว่า มีหลายครั้งแฟนผมทักว่า “กับเรื่องนี้… เมื่อก่อนจะต้องหงุดหงิด อยู่ไม่สุข หรืองานนี้…. จะลุยทำอย่างบ้าคลั่งไปแล้ว แต่นี่ไม่เป็น”
นั่นเท่ากับว่า มันได้ผลโดยที่ผมไม่รู้ตัว และปัญหา x ข้อก่อนหน้านี้ ผมเองก็จำได้ไม่ 100% แต่คนที่ช่วยนึกจนผมจดได้เยอะขนาดนั้น ก็คือแฟนผมนั่นเอง เพราะคนที่ต้องอยู่ด้วยกันกับคนที่มีปัญหาอย่างที่ผมเป็น คงไม่มีใครมีความสุขแน่นอน จนถึงขั้นจดจำรายละเอียดได้มากกว่าผมเสียอีก
หลังจากนั้นผมก็โฟกัสกับการปรับใช้งาน ClickUp ในชีวิตอย่างจริงจัง รวมถึงเริ่มสอนแฟนให้ใช้ตามแนวคิด GTD ด้วย
ผลลัพธ์ที่ได้ แม้แฟนผมจะไม่เต็มใจมากนัก 55+ โดยเธอก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่เธอก็เล่าให้ผมเห็นถึงความแตกต่างเลยว่า “นี่ขนาดหนูทำได้ไม่ถึงครึ่งของที่เฮี๋ยสอน หนูยังรู้สึกได้เลยว่า เรื่องที่ลืมน้อยลงมากๆ งานที่เคยผุดมาแล้วต้องรีบทำก็ไม่ต้องรีบแล้วเพราะจดไว้แล้ว และที่สำคัญก็คือ โดนเฮี๋ยบ่นเรื่องทำงานพลาดน้อยลงด้วย” เป็นต้น
เล่ามาตั้งเยอะ ผมยังไม่ได้พูดถึงจุดกำเนิดของเว็บนี้เลย ซึ่งจริงๆ ก็มาจากหนังสืออีกเช่นกันครับ โดยมากจากหนังสือที่ชื่อว่า รวยมาตั้งแต่จิตใต้สำนึก ที่เขียนโดยนักธุรกิจหญิงชาวเกาหลีชื่อ เคลลี ชเว เธอเริ่มต้นธุรกิจใหม่ตอนอายุ 40 ปี โดยเธอหยุดไป 2 ปีเพื่อพัฒนาตัวเองล้วนๆ (และเธอก็กลับมาทำธุรกิจจนสามารถรวยกว่า เดวิด เบคแคม ได้) จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมาก ทำให้ช่วงนั้นผมยิ่งสบายใจและตั้งใจอย่างมากในการพัฒนาตนเอง และคำแนะนำของเธอที่ผมนำมาใช้ก็คือ “จงเป็นที่หนึ่งในสิ่งที่ทำอยู่ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องรวย”
ซึ่งการเป็นที่หนึ่งสำหรับผมนั้น ก็คือ การสอนหรือช่วยเหลือผู้คน จนเขารับรู้ว่าเราเชี่ยวชาญในด้านนั้น จริงๆ ผมจึงดูว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่ ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น GTD และ ClickUp และผมตัดสินใจเลือก ClickUp เพราะ GTD ผมรู้สึกว่าจะต้องปรับใช้และวัดผลให้ได้มากขึ้นกว่านี้อีกถึงจะพร้อมสอนผู้อื่น
จากนั้นผมก็เริ่มก่อร่างสร้าง productivetogo.com ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2022 และด้วยความบังเอิญ วันที่จดโดเมน ดันตรงกับวันเกิดผมพอดี โดยที่ผมไม่ได้คิดอะไรไว้ก่อนเลย ผมรู้ก็ตอนที่ผมกำลังจะต่ออายุโดเมนในปี 2023 แล้วพบว่าโดเมนจะหมดอายุวันเดียวกับวันเกิดผมเลย
“ผมจึงแอบคิดว่าเราเกิดวันเดียวกันแล้ว เราก็ต้องโตไปด้วยกันนะ”

แต่เว็บผมเติบโตได้อย่างช้าๆ นั่นก็เพราะว่าอย่างที่เล่าไปครับ ว่าในช่วงเริ่มต้นผมก็ยังคงศึกษาเพื่อเข้าใจตนเอง ไปพร้อมๆ กันด้วย จนตอนนี้ปี 2025 ผมได้เข้าใจตนเองมากจนรับรู้ 100% แล้วล่ะครับว่า ผมจะช่วยเหลือผู้อื่นในด้านไหนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงที่สุดในสิ่งที่ผมทำได้แล้วจริงๆ นั่นก็คือวิธีการทำให้ “งานเสร็จจากสมอง โดยที่ไม่ต้องลงมือทำ (DOR Framework)”
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ครับผม ขอให้ Productive to Go to 👨👩👧👧🌄🌊🍤🍺







