Skip to content
Home    »   รวมบทความเกี่ยวกับ Productive Life และการใช้ ClickUp    »   เคลียร์หัวลดความกังวล (DOR Framework)    »   งานเสร็จจากสมอง โดยที่ไม่ต้องลงมือทำ (DOR Framework) [คลิป]

งานเสร็จจากสมอง โดยที่ไม่ต้องลงมือทำ (DOR Framework) [คลิป]

dor framework

คุณเคยกังวลหรือฟุ้งซ่านกับงานที่ทำไม่เสร็จหรือค้างคาบ้างไหมครับ? วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการที่จะช่วยให้คุณทำให้งานนั้นหายออกไปจากสมองคุณ โดยที่คุณยังไม่ต้องลงมือทำงานนั้นๆ ให้เสร็จเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะงานเยอะแค่ไหนก็สามารถลดความกังวลหรือความเครียดที่เกิดกับสมองของคุณได้ แถมทำง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอนด้วยครับ

ปกตินะครับผมเองเป็นคนฟุ้งซ่านแล้วก็กังวลกับงานมากๆ ครับ งานจะผุดมาตลอดเวลาเลยไม่ว่าจะตอนไหน ไม่ว่าจะเป็นตอนเข้าห้องน้ำ ตอนกินข้าว ตอนนอน ซึ่งทำให้ผมมีปัญหามากเลยครับ แล้วผมก็แก้มันได้ด้วยวิธีการ 3 ขั้นตอนที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังครับ

pdttg 2025 09 02 14 49 46

ดังนั้น ผมจึงมั่นใจมากครับ ว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับคุณโดยเฉพาะคนที่เป็นสายทำงานเหมือนกับพวกเรานะครับ ซึ่งวิธีการก็มาจาก 3 ตัวอักษรของเฟรมเวิร์คที่ชื่อว่า DOR หรือ DOR Framework นั่นเองครับ

1. D : Dump

ขั้นตอนแรก ก็คือตัว D ซึ่งก็คือ Dump นะครับ คือมาจาก Brain Dump หรือการย้ายทุกอย่างออกจากสมองไปอยู่ในที่อื่นเช่น สมุด หรือ แอปอะไรก็ตามที่คุณถนัดนั่นเองครับ

pdttg 2025 09 02 14 53 11

2. O : Organize

ขั้นตอนที่ 2 ก็คือ O ซึ่งมาจาก Organize นะครับ ก็คือการจัดการงานด้วย 2 วิธี ย่อยๆ นะครับ

pdttg 2025 09 02 15 01 24

วิธีที่ 1 ก็คือ จัดการงานที่รู้กำหนดครับ คุณก็แค่กรอกรายละเอียดงานให้กับงานนั้น โดยการตอบคำถาม 3WIN Questions นะครับ ซึ่งก็คือ 4 คำถามนี้

  1. What – จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถึงจะเรียกว่างานเสร็จ
  2. When – งานต้องเสร็จวันไหน
  3. Who – ใครเป็นคนทำ
  4. Next action – งานแรกที่ต้องทำเพื่อให้เกิด What

วิธีที่ 2 ก็คือ จัดการงานที่ยังไม่รู้กำหนด คุณก็แค่แยกมันออกไปเก็บไว้ เพื่อรอจัดการมันในอนาคตนั่นเองครับ

R : Review

ขั้นตอนที่ 3 ก็คือ R ซึ่งมาจาก Review คือ การกำหนดว่าคุณจะมาจัดการกับงานที่ยังไม่รู้กำหนด หรือ งานที่คุณยังทำไม่เสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งเรียกว่า เป็นการ Review งานนั่นเองครับ

pdttg 2025 09 02 15 05 04

โดยการ Review นะครับก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ย้อนกลับไปเช็ค 4 คำถามเมื่อสักครู่นี้ 3WIN Questions อีกครั้งว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม แค่นั้นเลยครับ

pdttg 2025 09 02 15 07 38

ซึ่งทุกขึ้นตอนก็คือการทำให้สมองของคุณสบายใจครับ และเมื่อมันสบายใจ มันก็จะปล่อยงานนั้นออกไปจากสมองครับ ดังนั้น คุณก็จะไม่ต้องกังวลหรือฟุ้งซ่านแล้วครับ เพราะการที่คุณกังวลกับฟุ้งซ่านก็เพราะว่าสมองมันอยากให้คุณทำงานนั้นให้เสร็จครับ ซึ่งมีผลงานวิจัยมาแล้วดังด้านล่างเลยครับ

อ้างอิง

ปี 2011 ดร. Roy F. Baumeistre และ E. J. Masicampo, Unfulfilled goals interfere with tasks that require executive functions, March 2011, Journal of Experimental Social Psychology , 47(2):300-311
ปี 2008, Fransci Heylighen และ Clement Vidal, Getting Things Done: The Science Behind Stress-Free Productivity, December 2008,Long Range Planning, 41(6):585-605
2011 ดร. Roy F. Baumeistre และ E. J. Masicampo, Consider It Done! Plan Making Can Eliminate the Cognitive Effects of Unfulfilled Goals, June 2011, Journal of Personality and Social Psychology, 101(4):667-83
*ข้อมูลจากหนังสือ GTD - Getting Things Done โดย Devid allen

DOR Framework
(3 ขั้นตอนเคลียร์งานจากหัวโดยที่ไม่ต้องลงมือทำ)

1. ✅ D มากจาก Dump
คือการทำ Brain Dumb หรือย้ายทุกอย่างจากสมองไปอยู่ที่อื่น ด้วยการจดนั่นเอง ไม่ว่าจะลงสมุด หรือ แอปก็ตาม

2. ✅ O มาจาก Organize
คือการจัดการกับงานที่ Dump ออกมาอยากถูกวิธี ซึ่งมี 2 วิธีย่อยคือ 1. จัดการงานที่รู้กำหนดโดยกรอกรายละเอียดงาน 2. จัดการงานไม่รู็กำหนดโดยหาที่เก็บไว้เพื่อนำมาจัดการต่อในอนาคต

3. ✅ R มาจาก Review
คือการกำหนดเวลามารีวิวงานที่ยังไม่เสร็จ หรืองานที่ยังไม่รู้กำหนด

👍บทความแนะนำ
หมวก 6 ใบ เทคนิคช่วยแก้ปัญหา แถมเพิ่ม AQ (Agility Quotient) ให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์
3 ขั้นตอนทดสอบว่าคุณเคลียร์หัว(ลดความกังวล) จากภาระต่างๆ โดยไม่ต้องลงมือทำได้ไหม? [คลิป]
เทคนิคกันลืมที่ได้ผลที่สุด แม้อยากลืมก็ทำไม่ได้ – Habit Cue จากหนังสือ Atomic Habit (มีคลิป)
มาดูกันว่า MBTI ที่ลงท้ายด้วย J ประเภทไหนทุกข์ที่สุด ถ้าชีวิตไม่เป็นระบบ หรือไม่เป็นไปตามแผน
2 ขั้นตอนสำคัญลดความ Perfectionist ยิ่งคุณคือ MBTI ประเภท J ยิ่งต้องอ่าน
Overwhelmed vs. Burnout ต่างกันยังไง? แบบไหนร้ายแรงกว่า?
ภาวะ Overwhelmed ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แต่คือวิกฤตของคนทำงาน (คนไทยเสี่ยงมาก)
Burnout แก้ได้ด้วย 6 เทคนิคที่ทำให้งานสนุกขึ้น จากหนังสือ Feel Good Productivity #1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *