คุณยังใช้สมุดแพลนเนอร์อยู่หรือเปล่าครับ?
เขียนแล้วไม่ได้เปิดดูอีก? ลืมว่าจดอะไรไว้ตรงไหน? ลืมพก?
หรือมีหลายเล่มจนต้องใช้แพลนเนอร์อีกอันเอาไว้ “จดว่าเขียนอะไรไว้ในแพลนเนอร์ไหน” ฯลฯ 🤔
นั่นคือปัญหาของหลายๆ คนที่ใช้สมุดแพลนเนอร์ต้องพบเจอเป็นปกติครับ ซึ่งตัวผมเองนั้นไม่เคยใช้อย่างจริงจังนะครับ (เพราะผมไม่ชอบพก 😅) แต่ได้รับฟิลลิ่งเต็มๆ มาจากแฟนที่เคยใช้มาก่อน
จนเมื่อหลายปีก่อนผมพาให้เขาลองเปลี่ยนจาก “เขียนทุกอย่างในกระดาษและสมุดแพลนเนอร์”
มาเป็นการใช้ Productivity App อย่าง ClickUp เพื่อเป็น E-Planner แทน
แล้วก็พบว่า…
ชีวิตมันง่ายขึ้นเยอะ และ “มีระบบ” แบบที่สมุดแพลนเนอร์ให้ไม่ได้เลยครับ
วันนี้ผมเลยอยากชวนคุณลองเปิดใจ
มาฟังดูว่าถ้าเปลี่ยนจากแพลนเนอร์กระดาษมาใช้ ClickUp จะเป็นอย่างไรบ้าง และคุ้มค่าที่จะลองไหมครับ
📚 สมุดแพลนเนอร์ต่อให้ดีแค่ไหน…ก็ยังต้องพบเจอปัญหาเหล่านี้

เวลาเราใช้แพลนเนอร์กระดาษ เรามักจะเจอปัญหาพื้นฐานแบบนี้:
🎈 จดไว้อย่างดี แต่ ลืมดู / ลืมทำ
🎈 ถึงเวลาต้องจด.. ลืมหยิบไปซะได้..
🎈 วางเป้าหมายไว้…แต่ลืมกลับไปดู
🎈 เขียน To-Do แยกไว้คนละหน้า เดี๋ยวอันนี้งาน เดี๋ยวอันนี้ส่วนตัว เปิดกลับไปกลับมาจนหลุดงาน
🎈 อยากหาข้อมูลเก่าๆ ก็ต้องต้องไล่หาไปทีละหน้า ถ้าติด Index ก็หาเร็วขึ้นหน่อย
🎈 เขียนผิดแล้วเครียด จะแก้ก็ไม่สวย จะลบก็เลอะ จะเขียนใหม่ทั้งหน้าก็เสียเวลาอีก 🥺
🎈 ต้องวาดเองทุกหน้า ถ้าแบบสำเร็จรูปก็ไม่ยืดหยุ่นดังใจอีก
🎈 มีหลายบทบาทในชีวิต แต่รวมไว้ในเล่มเดียวไม่ได้
🎈 แพลนเนอร์จบปีต้องซื้อใหม่ แล้วข้อมูลเก่าก็หาย
🎈 หายคือจบ
ปัญหาที่ทำให้ถึงขั้นเลิกใช้กันไปเลยก็มี:
- 😖 ชีวิตจริงมันเปลี่ยนตลอดเวลา งานด่วนแทรก ตารางเลื่อน Task เปลี่ยน แต่สมุดแพลนเนอร์ต้องลบ ต้องเขียนใหม่ทุกครั้ง = ยุ่งยากเสียเวลาจนถอดใจ
- ⌛ ใช้เวลาเยอะเกิน ในการต้องเขียนอะไรเดิมซ้ำๆ หรือ ใช้เวลากับการแต่งให้สวยได้ดังใจ พอไม่สวยก็ไม่อยากใช้ ทำให้กว่าจะพอใจก็ใช้เวลาเยอะเกินไป
- 😥 หลุดแผนก็กลายเป็นเลิกใช้ไปเลย เพราะการหลุดไปเพียง 2-3 วัน อาจทำให้รู้สึกผิดจนไม่อยากใช้ พอไม่อยากใช้ ก็ไม่พก พอไม่ได้พก ก็หลุดต่อไป
- 🔔 ไม่มีระบบแจ้งเตือน ทำให้ต้องใช้แอปอื่นเพิ่มอยู่ดี สุดท้ายใช้แอปเลยดีกว่า
- 📈 ตอนแรกใช้ได้ดี แต่พอชีวิตมีโปรเจกต์เยอะขึ้น บทบาทเยอะขึ้น สมุดอาจไม่ยืดหยุ่นพอ = ต้องหาเครื่องมือที่จัดการได้มากกว่านั้น
ผมไม่ได้บอกว่าแพลนเนอร์ไม่ดีนะครับ
แต่ในโลกที่งาน + ชีวิตมันซับซ้อนขึ้นทุกวัน
การมีระบบเดียวที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว คือ “หัวใจของการจัดการชีวิตให้เป็นระบบ” ครับ
นอกจากนี้ผมได้ทำการทดลองเล็กๆ เพื่อ จับเวลาการทำ Daily Plan ระหว่างใช้สมุด และใช้ ClickUp ไว้ด้วยครับ
แม้การทดลองนี้จะไม่ได้ใช้สมุดแพลนเนอร์โดยตรง แต่การทำ daily plan หรือ To-do list ก็มักจะทำเหมือนๆ กันทั้งสมุดโน๊ตและสมุดแพลนเนอร์ครับ
💻 Productivity App ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใช้ทุกฟีเจอร์จึงจะ Productivity สูงสุด

หลายคนเข้าใจว่าการจะใช้ Productivity App อย่างเช่น ClickUp หรือแอปอื่นๆ นั้นมีเอาไว้ใช้สำหรับทำงานเป็นทีม ทำงานโปรเจกต์ใหญ่ๆ หรือ หากจะเริ่มใช้ก็ต้องฟีเจอร์ให้ครบครันเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด จึงจะเริ่มใช้งานได้
แต่จริงๆ แล้ว ClickUp คือ Productivity App ที่คุณเริ่มต้นใช้ได้ตั้งแต่การทำ To-do List ทั่วๆ ไป , จัดการงานบ้าน, จัดการของที่ต้องซื้อ , จัดตารางชีวิต, วางแผนชีวิต โดยเริ่มได้ง่ายๆ แค่นี้เลยครับ โดยเฉพาะแพ็กเกจฟรีที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ตัวอย่างการใช้ ClickUp แทนแพลนเนอร์:
- 🗓 Daily Plan, Weekly Plan, Monthly Plan ได้แบบเห็นภาพชัดในรูปแบบปฏิทิน ที่แยกแสดงผลตาม 1 วัน, 4 วัน, สัปดาห์ และเดือน
- ✅ เขียน To-Do List ที่สามารถสร้าง List เพิ่มได้ตามต้องการ เช่น Event, Project, Someday, ข้อมูล Contacts และวันเกิด เป็นต้น
- 📊 Track พฤติกรรมได้ เช่น Habit Tracker, Book Tracker, Learning Tracker, Movies Tracker เป็นต้น
- 📁 เก็บทุกไอเดีย โน้ต หรือ ข้อมูลสำคัญ ไว้ได้ในที่เดียว ไม่ต้องเปิดหลายแอป
- ⏰ ตั้งเวลาเตือนงานสำคัญ หรือแม้กระทั่ง Recurring Task เช่น “ออกกำลังกายทุกวันอังคาร” ก็สามารถทำได้
- 🌞 Daily Reminder รวมอะไรก็ตามที่คุณต้องการบอกตัวเอง หรือ ย้ำเตือนกับตัวเองในทุกๆ วัน เพื่อให้เริ่มวันใหม่ได้อย่างมีพลัง
- 📝 Journal, 😊 Emotion Tracker & ⭐ Monthly review บันทึกอารมณ์ ความคิด ประสบการณ์ หรืออะไรก็ตามในแต่ละวัน
- และอื่นๆ อีกที่แพลนเนอร์ปกติสามารถทำได้ เช่น Yearly Goal, Goal setting, Vision Board, Bucket List เป็นต้น

ซึ่งทั้งหมดนี้…คุณสามารถ “ปรับให้เข้ากับสไตล์ชีวิตคุณเอง” ได้หมดเลยครับ
🌈 ความสนุกของ ClickUp คือมัน “ปรับตามชีวิตเรา” ไม่ใช่ให้เราต้องปรับตามมัน
ClickUp ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนแพลนเนอร์สำเร็จรูป
แต่มันคือระบบที่ให้คุณสามารถ ยัดงานลงไป แล้วเลือกได้ว่าคุณจะต้องการดูมันในรูปแบบใด เช่น List, Kanban, ปฏิทิน , ตาราง, Page (Doc) หรือแม้แต่ Whiteboard
✅ อยากดูงานวันนี้ในรูปแบบ To-Do List
✅ อยากดูงานทั้งอาทิตย์ในรูปแบบ Kanban
✅ อยากดูงานทั้งเดือนในรูปแบบ ปฏิทิน
✅ อยากดูข้อมูล Contacts ในรูปแบบตาราง
✅ อยากรวมทั้งงานและเป้าหมายไว้หน้า Page/Doc เดียว
✅ อยาก Brain Dump หรือสร้าง Vision board บน Whiteboard

ซึ่งคุณทำได้หมดใน ClickUp ครับ
และเมื่อคุณใช้ไปเรื่อยๆ ชีวิตคุณจะเริ่มเป็นระบบแบบไม่รู้ตัวเลย
📱 แล้วใช้ ClickUp ต้องเป็นสายเทคโนโลยีจัดๆ ไหม?
ไม่จำเป็นเลยครับ
ClickUp ใช้งานง่ายกว่า Excel ด้วยซ้ำ
มีแอปทั้งบนมือถือและคอม หรือจะใช้แค่เบราว์เซอร์ก็ยังได้ ( ⭐ปกติผมใช้ทั้ง เบราว์เซอร์เมื่ออยู่หน้าคอม และใช้แอปมือถือเมื่ออยู่ข้างนอก)
ผมแนะนำให้คุณเริ่มจากง่ายๆ เช่น
- เริ่มใช้ List เดียวที่ CilckUp มีให้ตอนเริ่มต้นได้เลย โดยคุณแค่จดสิ่งที่ต้องทำลงไปในแต่ละวัน
- ลองใช้ “Calendar View หรือ ปฏิทิน” เพื่อเห็นภาพรวมและวางแผนล่วงหน้า
- เข้าดู My work ที่ต้องทำในแต่ละวัน
เริ่มจากแค่นี้ก่อนก็ได้ครับ แล้วค่อยๆ ขยับไปวางแผนชีวิตแบบเต็มระบบทีละนิด (ลองเลยฟรี)
🧠 สรุป
การใช้ ClickUp แทนสมุดแพลนเนอร์ ไม่ได้แค่เปลี่ยน “ที่เขียน”
แต่มันเปลี่ยน “วิธีคิด” และ “ระดับการควบคุมชีวิต” ของคุณด้วยครับ
ในโลกที่มีสิ่งให้ทำเยอะขึ้น แต่เวลามีเท่าเดิม
ClickUp คือผู้ช่วยที่ไม่แค่เตือนว่าคุณต้องทำอะไร
แต่ยังช่วยให้คุณ เลือกทำสิ่งที่สำคัญจริงๆ และใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย
ถ้าคุณพร้อมจะเปลี่ยนแพลนเนอร์แบบเดิม มาเป็น Digital Planner หรือ E-Planner ที่ไม่มีวันหาย ไม่ต้องซื้อใหม่ทุกปี และเปิดดูได้ทุกที่ทุกเวลา แถมทรงพลังกว่าหลายเท่า
ลองเปิดใจให้ ClickUp สัก 7 วันครับ (สมัครเลยฟรี)
ผมเชื่อว่าคุณจะไม่อยากกลับไปใช้สมุดอีกเลย
และถ้าติดตรงไหนสอบถามกันมาได้เลยนะครับ (คุยกับเรา) 😊 มาเป็นเพื่อนร่วมใช้งาน ClickUp เพื่อจัดการชีวิตให้ง่ายและเป็นระบบ กับพวกเรากัน 💞
หรือหากต้องการย้ายจากสมุดแพลนเนอร์มาเป็น E-Planner เต็มตัว 100% ผมก็มี คอร์ส – บริหารงานและชีวิตได้ครบ จบในที่เดียว ด้วย ClickUp Digital Planner (E-Planner) ให้ลองพิจารณาดูครับ




