Skip to content
Home    »   รวมบทความเกี่ยวกับ Productive Life และการใช้ ClickUp    »   ClickUp To Go ( tutorial / วิธีใช้ )    »   ClickUp AI (Brain) ที่จะมาช่วยเพิ่ม Productivity ขึ้นมากกว่า 30% ภาษาไทยก็ใช้ได้

ClickUp AI (Brain) ที่จะมาช่วยเพิ่ม Productivity ขึ้นมากกว่า 30% ภาษาไทยก็ใช้ได้

ClickUp Brain (Ai)

เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ClickUp ได้เปิดให้ใช้งาน AI ซึ่งจะเน้นไปที่งานเขียน สรุปความ หรือการแปลเป็นหลัก และยังใช้งานกับภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่ไม่กี่วันมานี้ทาง ClickUp ได้เปลี่ยนชื่อ AI เป็น ClickUp Brain ที่จะสื่อถึงว่า AI คือมันสมองหลักในการช่วยเหลือผู้ใช้งานในหลายๆ ด้านของการทำงาน ที่ไม่ใช่เพียงแค่งานเขียนอีกแล้ว โดยเพิ่มในด้านการจัดการงาน และ การจัดการคลังความรู้ ซึ่งคือเมนหลักของบริการ ที่จะมาช่วยให้การทำงานของคุณประหยัดเวลาและมี Productivity มากยิ่งขึ้นไปอีก

**เมื่อพูดถึง AI ภาพหลักของบทความนี้ ผมจึงลองใช้ AI ช่วยทำด้วยเสียเลย (โดยใช้ AI จาก Canva ครับ)

สารบัญ

AI เบื้องต้น

ในเมื่อต้องการรู้ว่า AI คืออะไร คนที่น่าจะต้องตอบได้ดีก็คือตัว AI เอง ดังนั้นผมก็เลยถามเจ้า CickUp Brain เสียเลย ว่า “AI คืออะไร” ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ

AI หรือปัญญาประดิษฐ์คือ ระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานที่ต้องการความฉลาดของมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ (learning), การเข้าใจภาษา (language understanding), การแก้ปัญหา (problem solving), และการรับรู้ (perception). AI ใน ClickUp ช่วยผู้ใช้งานตอบคำถามโดยการค้นหาข้อมูลใน Workspace และให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง.

จากนั้นผมก็ถามต่อด้วยคำถาม “AI ทำงานอย่างไร?

AI ทำงานโดยใช้วิธีการที่เรียกว่า "ปัญญาประดิษฐ์" ซึ่งเป็นกระบวนการที่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และประมวลผลข้อมูลเพื่อทำงานตามภารกิจที่กำหนดได้ โดย AI สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล เรียนรู้จากข้อมูลที่มีอยู่ แก้ไขปัญหา และทำนายผลลัพธ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้มีความฉลาดแบบมนุษย์ แต่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำสูงกว่ามนุษย์ในบางกรณี อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้และปรับปรุงความสามารถของตนเองได้เองตลอดเวลา

จะเห็นว่าคำตอบของ AI น่าจะช่วยให้คุณเข้าใจได้มากขึ้นแล้ว

แต่ผมจะช่วยยกตัวอย่างเสริมคำตอบของ AI ให้เข้าใจได้เห็นภาพมากขึ้นอีกหน่อยละกัน โดยผมขอเปรียบเทียบว่า AI คือ นักศึกษาคนหนึ่ง ซึ่งมีการเรียนรู้และเติบโตดังนี้

  1. เตรียมข้อมูล (Training Set) – ถ้า AI คือนักศึกษา ข้อมูลก็คือหนังสือที่จะใช้เรียน
  2. การฝึกสอน (Training) – เมื่อมีหนังสือเรียนแล้ว ก็มาเลือกอาจารย์ที่จะสอนว่าจะให้ใครสอนและสอนรูปแบบใด เรียกว่า “Model” จากนั้นก็ทำการสอนไปจนจบทุกเล่ม
  3. การทดสอบ (Testing) – เมื่อเรียนจบแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องสอบ เพื่อดูว่า AI ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ที่จะเรียนจบหรือยัง (โดยข้อสอบต้องไม่มีอยู่ในหนังสือเรียน หรือ อาจารย์ต้องยังไม่เคยสอนด้วย) ถ้ายังไม่ผ่านก็ต้องไปเรียนใหม่ โดยอาจจะเปลี่ยนอาจารย์ หรือ เปลี่ยนหนังสือ หรือ เปลี่ยนทุกอย่างก็ได้เพื่อให้ AI ฉลาดพอจนสอบผ่าน
  4. การใช้งาน (Inference) – เมื่อ AI เรียนจบแล้ว เราก็จะส่งให้ไปทำงาน ในหน้าที่ต่างๆ เช่น การตอบคำถาม, เขียนบทความ, ทำรายงาน, วาดภาพ หรือ อื่นๆ โดยคุณก็คือผู้ใช้งาน หรือเหมือนเป็นหัวหน้าของ AI ซึ่งวิธีการสั่งงาน AI ส่วนใหญ่จะสั่งด้วยข้อความในรูปแบบการแชท ที่เรียกว่า “Prompt
student
การพิมพ์ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะลงใน Task Description, Doc, Comment หรือที่อื่นๆ บน ClickUp  ควรใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพ และถูกต้องที่สุด เพื่อช่วยให้ AI นำมาใช้เป็นคำตอบได้อย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุด

แนะนำ ClickUp Brain (AI)

ClickUp Brain คือ AI ของทาง ClickUp ที่จะมาช่วยใน 3 ด้านหลัก ๆ คือ Knowledge Management, Project Management และ Writing เพื่อให้การทำงานมีความอัตโนมัติ ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยง 3 ทรัพยากรหลักในการทำงานคือ

  • คน
  • งาน
  • คลังความรู้

โดยจะมาช่วยทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้เช่น

  • ไม่ต้องถามใครว่ากำลังทำอะไรอยู่
  • ไม่ต้องเขียนสถานะหรืออัปเดตความคืบหน้างาน
  • ไม่ต้องค้นหานโยบาย กระบวนการ หรือแบบฟอร์มของ PTO ด้วยตัวเอง
  • สรุปบทสนทนายาวๆ ให้สั้นลง
  • ช่วยเขียน แก้ไข เนื้อหาให้เหมาะกับงานของคุณ
  • และอื่นๆ อีกมากมาย (มากจริงๆ ครับ ถ้าอ่านบทความนี้จบจะรู้เลย)

และจากการช่วยเหลือต่างๆ นี้ ทาง ClickUp บอกว่ามีประโยชน์เพิ่มขึ้นดังนี้

  • ช่วยให้ประหยัดงบประมาณไปได้ถึง $4,000 ต่อปี ต่อพนักงาน 1 คน (อ้างอิง). โดยคิดจากการที่หากใช้งาน AI 1 ครั้งจะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 2 นาที และเฉลี่ยใช้งานประมาณ 20 ครั้ง ก็เท่ากับมีเวลาเพิ่มมา 40 นาทีต่อวัน โดยถ้า 1 เดือนทำงาน 20 วัน 1 ปีจะได้ 240 วัน ก็เท่ากับมีเวลาเพิ่มมา 9,600 นาที หรือ 160 ชม. จากนั้นก็เอา Manhour คูณเข้าไป ซึ่งทาง ClickUp อ้างอิงที่ $25 ต่อชั่วโมง ก็เท่ากับว่า 1 ปีประหยัดเงินไปได้ $4,000 ต่อพนักงาน 1 คน (สำหรับบริษัทคุณก็ลองเอา Manhour ของบริษัทไปคูณ 160 เล่นๆ ดูได้ครับ)
  • ลดต้นทุนได้ถึง 75% – บริษัทขนาดกลางที่ใช้ AI อยู่แล้ว หากมาใช้งาน ClickUp จะประหยัดเงินได้ประมาณ $94K ต่อปี เมื่อไม่ต้องใช้เครื่อง AI อื่นๆ เช่น ChatGPT เนื่องจาก ClickUp ประหยัดเงินได้มากกว่า เพราะเพียงแค่ $5 เท่านั้น (ซึ่งสิ่งที่ ChatGPT ทำได้ ClickUp Brain ก็ทำได้เช่นกัน)
  • เพิ่ม Productivity มากกว่า 30+% (อ้างอิง) โดยการช่วยให้ทีมประหยัดเวลา, โฟกัสกับงานมากขึ้น, ประชุมน้อยลง, ช่วยสรุปสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยในการจัดการ Task ได้อย่างอัตโนมัติขึ้น (อ้างอิง จากการศึกษาของ Harvard/BCG ที่ทดลองให้ที่ปรึกษาของ BCG ได้นำ AI (GPT-4) ไปใช้ให้คำปรึกษากับงานที่สมจริง 18 งาน พบว่ากลุ่มที่ใช้ AI ทำงานเสร็จได้มากกว่า 12.2% และทำงานได้เร็วกว่า 25.1% นอกจากนี้ 40% ของกลุ่มที่ใช้ AI ผลงานที่ทำได้มีคุณภาพที่สูงขึ้น)
    • ซึ่งคุณอาจจะสงสัยว่าตัวเลข 30% เอามาจากไหน จากการตีความเอาเองของผมคิดว่าตัวเลข 30% น่าจะมาจาก
      • จากสมการ Productivity(%) = จำนวนงาน / เวลาทำงานจนเสร็จ x 100% โดยผมสมมติว่าเดิมคือ 1 งาน ใช้เวลาทำเสร็จ 1 ชม. ก็จะได้ Productivity = 1 (งาน) / 1 (ชม.) x 100% = 100%
      • ทำงานได้เร็วกว่า 25.1% คือการทำงานในจำนวนเท่าเดิมแต่ใช้เวลาลดลง 25.1% เท่ากับ
        • 1 (งาน) / 1 (ชม.) 0.251(ชม.) x 100% = 1 / 0.749 x 100% = 133.5%
        • เท่ากับเพิ่ม Productivity มาอีก 33.5%
    • ที่ทาง ClickUp อ้างอิงกับการศึกษานี้เพราะว่า ClickUp ก็ใช้ Model หลัก คือ GPT-4 เช่นกัน

หัวข้อต่อๆ ไปจะบอกถึงจุดที่สามารถเข้าใช้งาน AI ของ ClickUp ครับ ว่ามีที่ไหนบ้าง และทำอะไรได้บ้าง

การใช้งาน AI ที่ Tool bar

เริ่มต้นด้วยการเข้าถึง AI ในตำแหน่ง Tool bar ที่เป็นตำแหน่งเด่นที่สุดกันครับ

โดยรูปแบบการใช้งาน AI ของ ClickUp ก็จะรูปแบบการแชทเพื่อคุยด้วย Prompt ตามที่ได้พูดถึงไปแล้ว โดยเมื่อคลิกที่ไอคอน AI ที่อยู่ด้านขวาของปุ่มค้นหา (หรือกด Alt + k ก็ได้ครับ) จะแสดงป๊อปอัปตัวอย่างคำถามที่ใช้พูดคุยกับ AI

AI button at Tool bar

ซึ่งจะเห็นว่าภายในป๊อปอัปจะมีตัวอย่างของคำถามที่เป็นแนวทางในการใช้งานโดยผมจะลองใช้งานแยกตาม 3 หัวข้อหลักๆ คือ Knowledge Management, Project Management และ Writing

ตัวอย่างในด้านคลังความรู้ขององค์กร (Knowledge Management) ClickUp AI จะช่วยจัดการหาคำตอบให้คุณอัตโนมัติ ช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องไล่หาและไล่อ่านเอกสารข้อมูลต่างๆ ให้เสียเวลา

โดยผมจะทดลองใช้จริงกลับ Workspace ของบริษัทนะครับ โดยผมถามไปว่า “What our SOPs?”

EN test ClickUp AI - Knowledge Management

จากภาพสิ่งที่ AI ตอบมาจะมี 4 ส่วนคือ (**ทุกคำตอบไม่จำเป็นต้องมี 4 ส่วนที่เสมอไปนะครับ แล้วแต่ที่ AI จะพิจารณาตอบมาให้เราเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดครับ)

  1. ไปหาคำอธิบายว่า SOPs คืออะไร
  2. จากนั้นก็ไปค้นหาใน Docs ของบริษัทว่ามี SOPs หรือไม่ พร้อมกับสรุปมาให้ด้วย ซึ่งข้อมูลผมมีอยู่ใน Doc – SOPs จริงๆ ตามที่ AI แจ้ง และข้อมูลก็เป็นตามที่ AI สรุปมา เพียงแต่ผมทำ Doc ไว้เป็นภาษาไทย แต่ AI สรุปให้เป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากผมถามเป็นภาษาอังกฤษนั่นเอง
  3. แหล่งที่มา โดย AI จะบอกว่าไปเอาข้อมูลมาจากที่ไหนบ้างทั้งที่เป็น Docs ใน Workspace และในตัวเว็บของ ClickUp เอง ซึ่งเมื่อเราไปศึกษาเพิ่มเติมตามนั้นจะได้ความรู้เกี่ยวกับ SOPs ที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นครับ
  4. ส่วน Action ที่เพิ่มมาคือ สามารถนำเนื้อหาที่ AI ตอบมานี้ไปสร้างเป็น Task หรือ Doc ได้ ( ปุ่ม Creat Task และ ปุ่ม Create Doc) ตัวอย่างในภาพด้านล่างคือการนำไปสร้างเป็น Task ครับ
ClickUp AI - create task

คราวนี้ผมลองถามเป็นภาษาไทยบ้างนะครับ “SOPs ของบริษัทเรา?”

TH test ClickUp AI - Knowledge Management

จากคำตอบก็จะเป็นการสรุปจาก Doc – SOPs มาตอบคำถามให้ครับ ซึ่งถ้าไปเทียบกับ Docs เต็มๆ ก็จะเหมือนกับการสรุปเนื้อหาในหัวข้อแรกมาให้ครับ

ต่อไปมาดูในด้าน Project Management กันบ้างครับ โดย AI จะมาช่วยตอบคำถามแนวที่ว่า

  • งานไหนด่วนที่สุด ?
  • ช่วยแสดง Milestones โดยเรียงตาม priority ให้หน่อย
  • งานอะไรที่ยังไม่เรียบร้อยและฉันเป็นผู้รับผิดชอบ ?

ดังนั้น ผมเลยขอทดลองด้วยคำถามที่ว่า “งานไหนด่วนที่สุด” ให้ดูนะครับ

TH test ClickUp AI - Project Management

ซึ่ง AI จะคัดเลือกงานที่เราคั่งค้างและมี Priority สูงๆ หรือ บางงานที่ Blocked งานอื่นๆ ไว้หลายๆ งาน เพราะงานเหล่านี้ส่งผลกระทบต่องานโดยรวมอย่างมากครับ รวมถึงงานที่เคยเลื่อน Due date มาแล้วหลายครั้งก็ถือเป็นงานคั่งค้างชั้นดีเลย

จากนั้นมาลองให้ AI ช่วยทำรายงานกิจกรรมที่เกิดขึ้นกันบ้าง

ในด้านการทำรายงาน จะทำได้ 2 อย่างคือ

  • Write StandUp คือ การสรุปว่าคุณได้ทำอะไรบ้างในช่วงเวลาที่เลือก
  • Get team updates คือ การสรุปคนในทีมทำอะไรบ้างในช่วงเวลาที่เลือก (อาจจะเป็นคนเดียวหรือทั้งทีมเลยก็ได้)

ตัวอย่างใช้งาน Write StandUp

โดยผมได้ลองเลือกเป็นรายงานกิจกรรมของผมใช้ช่วง 7 วันที่ผ่านมา

example of Write StandUp

และรูปแบบการแสดงผลจะมีทั้งหมด 3 รูปแบบดังภาพด้านล่าง

format of Write StandUp
  • Bulleted list – จะแสดงเป็นลิสต์ตามชื่อ Task ไล่ลงมาเรื่อยๆ ครับ
  • Short – จะรายงานเพียง 1 ย่อหน้า โดยจะนำชื่องานต่างๆ มาสรุปย่อให้ และบอกว่างานใดเสร็จบ้าง หรือทำอะไรบ้างแบบคร่าวๆ (แต่สรุปมาเป็นภาษาอังกฤษนะครับ)
  • Traditional – จะรายงานผลคล้ายๆ กับ Bulleted list แต่จะมีการแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม ตามตัวอย่างถัดไปครับ

จากนั้นมาดูตัวอย่างผลลัพธ์กันบ้างครับ โดยผมเลือกเป็นแบบ Traditional ซึ่งผลที่ได้จะเป็นรายงานในรูปแบบ กลุ่มงานต่างๆ ดังนี้

1. Completed Tasks คือ งานที่ไปเสร็จแล้ว (เปลี่ยนสถานะเป็น Competed) โดยจะบอกข้อมูลเป็นลิสต์ของงานประกอบด้วย ชื่องาน และ ระยะเวลาทำงานต่องานนั้น (ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา)

Write StandUp result - Completed Tasks

2. In progress tasks คือ งานที่อยู่ในกลุ่มสถานะกำลังดำเนินการ

Write StandUp result - In progress tasks

3. Active discussions คือ งานที่มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นผ่าน Comment ครับ

4. Next steps คือ งานที่มีการวาง Due date ไว้หลังจากนี้ โดยมีการบอกรายละเอียดการกระทำล่าสุดด้วย เช่น กำหนด Due date, เปลี่ยนสถาะ, กำหนด Priority หรือ กำหนด Assignee เป็นต้น

Write StandUp result - Next steps

ตัวอย่างใช้งาน Get team updates

เริ่มต้นจะให้เลือก Members ที่ต้องการครับ

Write StandUp - Get team updates

โดยผมจะเลือกเป็น 7 วันล่าสุดเช่นกัน

Write StandUp - Get team updates period

จากนั้นก็รอครับ ยิ่งถ้า Members หลายคนและงานที่ทำมีหลาย Tasks อาจจะต้องรอนานหน่อยครับ

ซึ่งผลลัพธ์จะเป็นเหมือนกับ Write StandUp แต่การแสดงผลจะจัดกลุ่มตาม Members แต่ละคนที่เราเลือกครับ

การใช้งาน AI ที่หน้า Home

หน้า Home ก็สามารถใช้ AI standUp เพื่อแสดงรายงานในหน้า Home ได้นะครับ เพราะเป็น Card ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งจะให้ผลเหมือนกับ Write StandUp ที่พูดถึงไปแล้วในหัวข้อก่อนหน้าครับ

AI standUp - Home Page

การเข้าใช้งาน AI ผ่าน Doc หรือ Page

การใช้งานใน Doc

สามารถเข้าใช้งานได้ที่ไอคอน AI ที่อยู่ข้างขวาของชื่อ Doc เลยครับ

ClickUp AI - Doc

เมื่อคลิกจะมีป๊อปอัปแสดงแนวทางการใช้งานดังภาพครับ

ClickUp AI guideline in doc

นอกจากนี้ยังสามารถ

  • Summarize – สรุปเอกสาร
  • Action items – ลิสต์สิ่งที่น่าจะต้องเป็น Checklist ออกมาให้อัตโนมัติ
  • Spell Check – การเช็คคำผิด อันนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่มักพิมพ์ผิดแบบผม และต้องลุ้นว่าใช้กับภาษาไทยได้ไหม

โดยผมทดลองตามคำถามที่เขามีเลยครับ คือ”What’s the purpose of this Doc?” โดยการถามว่า วัตถุประสงค์ที่จัดทำเอกสารนี้คือเพื่ออะไร ซึ่งผมไม่อยากให้ตอบเป็นภาษาอังกฤษผมเลยถามเป็นภาษาไทยว่า “วัตถุประสงค์ของเอกสารนี้คือ?”

ซึ่งคำตอบที่ผมรู้อยู่แล้วก็คือ หลักการใช้งาน ClickUp ให้ถูกต้อง เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันของทีมงาน ลดปัญหาและทำงานได้ลื่นไหลครับ

มาดูกันครับว่า AI จะสรุปว่าอ่างไร

TH test ClickUp AI in doc

จากคำตอบเหมือนจะเอาแค่ชื่อ Doc มาพูด แต่จริงๆ แล้ว AI ฉลาดนะครับ เขารู้ว่านี้คือเรื่องการใช้งาน ClickUp ที่เป็นเรื่องที่เขาถนัดมากๆ อยู่แล้ว เขาเลยบอกให้ถามเขาดีกว่า 😅

จากนั้นผมลองให้ AI ทำ Action Items ให้ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังภาพครับ (ซึ่งผมมองว่า AI จะหาในส่วนของคำกริยาและสรุปมาเป็นประโยคคำสั่งให้เราครับ)

TH test Action Items in doc

ต่อไปมาดูเรื่องที่ผมลุ้นคือ Spell Check ว่าจะใช้กับภาษาไทยได้ไหม ผลคือดังภาพครับ

ClickUp AI in doc - TH Spell Check

แสดงว่าใช้กับภาษาไทยได้ด้วย และไม่ใช่แค่หาคำผิดนะครับยังมีการแนะนำคำที่ถูกต้องให้ด้วย แต่เท่าที่ทดลองใช้งานพบว่า จะเช็คเฉพาะคำที่ผิดจากพจนานุกรม แต่ยังไม่ถึงขั้นเช็คตามความหมายของประโยคที่มีคำนั้น ว่าทำให้ผิดความหมายหรือไม่ (ก็คือ เช็คแค่ Spell จริงๆ ไม่ได้เช็ค Meaning ครับ ถ้าต้องการเช็ค Meaning ด้วยแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ เช็คตัวสะกดและไวยากรณ์ (Fix spelling and grammar) ที่อยู่บน Text Editor bar ดังตัวอย่างในภาพด้านล่างครับ ซึ่งฉลาดแค่ไหนไม่รู้ แต่สะกดถูกกว่าผมอีกครับ เนื่องจากผมตั้งใจให้ผิดแค่ 2 จุดคือ “ข้อ” และ “เกี่ยว” แต่เพิ่งมารู้ว่าคำที่พิมพ์ผิดมาตลอดคือคำว่า “เวอร์ชัน” 😅)

image

การใช้งานใน Page

ซึ่งผมจะใช้ Doc – SOPs ที่ได้พูดถึงไปบ้างแล้วเป็นตัวอย่างต่อเลย

TH test ClickUp AI in Page

ซึ่งผลสรุปออกมาไม่ดีนัก แต่น่าจะเป็นเพราะเอกสารนี้เป็นรูปแบบขั้นตอนเสียส่วนใหญ่ จึงทำให้ยากต่อการสรุป และผมมองว่างานที่เป็นขั้นตอน ปกติก็คงไม่สมควรสรุปอยู่แล้ว ควรจะดำเนินการไปทีละขั้นมากกว่า

ผมเลยทดลองสร้าง Doc พุทธประวัติจาก สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ มาลองให้ AI สรุปดูครับ (ผมไม่ได้แกล้ง AI นะ 😅)

TH test ClickUp AI in Page - History of Buddha

ผลลัพธ์ที่ได้คือ

TH test ClickUp AI summarize- History of Buddha

ว้าวเลยครับ สรุปจากเอกสารกว่า 100 บรรทัด ให้เหลือไม่กี่บรรทัดแถมเหมือนมาแอบฟังที่พวกเราท่องกันสมัยเรียนเลยครับ

การเข้าใช้งาน AI ใน Task

เริ่มต้นให้เราเปิด Task ที่ต้องการจากนั้นไปที่ Activity คลิกที่ไอคน AI

ClickUp AI - Task
ClickUp AI setting - Task

ซึ่ง AI มาช่วยเราใน 2 เรื่องคือ

  1. สรุป Description
  2. รายงานกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันที่กำหนด

ตัวอย่างการสรุป Description ด้วย AI

ผมได้ทำการทดลองใช้งานกับ Task ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเว็บไซต์ติดไวรัส ซึ่งผมเขียนรายละเอียดไว้หลายสิบบรรทัด แต่ ClickUp สรุปออกมาให้แค่ 2 รายการ แต่ปรากฏว่าเป็น 2 รายการที่สรุปได้ดีมาก เรียกได้ว่าถ้าลูกค้าของผมขี้เกียจอ่านรายละเอียดยาวๆ แล้วมาใช้ AI – Summary นี้จะได้คำตอบที่ กระชับ รวบรัดและตรงประเด็นเลย อันนี้ผมประทับใจเลย นี่คือตัวอย่างสรุปนะครับ

ClickUp AI - summarize Task sample

ตัวอย่างการรายงานกิจกรรมของ Task

ส่วนนี้จะเป็นการรายงานกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับ Task นะครับ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามช่วงเวลาดังภาพเลย

ClickUp AI - Task activity summary period

ผมขอทดลองเลือก 30 วันย้อนหลังครับ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังนี้ครับ

ClickUp AI - summarize Task activity sample

จะเป็นการสรุปเวลาทั้งหมดที่ใช้ไปกับ Task นี้และกิจจกรรมที่เกิดขึ้นเช่นการสร้าง Subtask และสถานะที่เกิดขึ้น

หลังจากเริ่มสนุกแล้ว ผมจึงไปทดลองดูรายงานกิจกรรรมของ Subtask ด้วย ผลที่ได้คือ

ClickUp AI - summarize subtask activity sample

ผมก็แอบสับสนอยู่ว่า ทำไมกลายเป็นภาษาอังกฤษไปเสียอีก แต่จากการที่ผมคิดเอาเอง น่าจะเพราะ Subtask นี้ Description ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ และ ชื่อ Nested task ก็เป็นภาษาอังกฤษด้วย AI เลยตีความให้ใช้ภาษานี้ครับ

ใช้ AI ช่วยสร้าง Subtasks

หากคุณต้องการนำรายละเอียดของงานมาแตกย่อยเป็น subtasks ต่อไปสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงกด Suggest subtasks จากนั้น AI จะดำเนินการสร้าง Subtasks ให้กับเรา

ClickUp AI - Suggest subtasks

โดยผมยกตัวอย่างงานรับทำเว็บไซต์ที่เขียนรายละเอียดคร่าวๆ เอาไว้ดังนี้

ClickUp AI - tasks sample

โดย AI สร้าง Subtasks มาให้อัตโนมัติดังนี้

ClickUp AI - Suggest subtasks sample

ซึ่งจะเห็นว่า AI ตรวจจับคำที่เป็นกริยาและแยกออกมาเป็น Subtasks ให้เราเลย เยี่ยมมากๆ ครับ จากนั้นงานที่เหลือของเราก็เพียงแค่ไปจัดการต่อบน Timeline หรือ Gantt เพื่อวางตารางงานต่อไป

การใช้งาน AI ใน Comment

เมื่อนำเมาส์ไปชี้ที่คอมเม้นที่ต้องการ จะมีไอคอน AI ให้ใช้งานครับ โดยในส่วนนี้สิ่งที่ AI มาช่วยคือการสรุปคอมเม้นยาวๆ ให้สั้นลงครับ

ClickUp AI - summarize comment

ClickUp AI แปลงไฟล์เสียงเป็นข้อความ (Transcription)

ฟีเจอร์นี้คือการแกะคำพูดจากคลิปเสียงหรือคลิปวีดีโอออกมาเป็นข้อความ เมื่อเราส่งคลิปเสียงไปในคอมเม้นรอสักครู่ AI ก็จะแปลงเป็นข้อความให้ดังภาพครับ

ClickUp AI - Transcription

ซึ่งมีประโยชน์มากๆ เลยสำหรับเวลาเร่งด่วนที่ไม่สะดวกจะพิมพ์แต่จำเป็นต้องส่งข้อความ ซึ่งช่วยให้ Watcher ไม่ต้องมาคอยเปิดคลิปเสียงเพื่อฟัง แล้วก็ต้องสรุปเป็นข้อความอีกทีให้เสียเวลาเลย (สำหรับวีดีโอผมลองแล้วยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่แน่ใจว่าผมพลาดตรงไหน หรือเขายังไมไ่ด้เปิดให้ใช้งานก็อาจจะเป็นได้ครับ)

คุยกับ AI ผ่าน Command Center

วิธีคุยกับ AI ที่ผมคิดว่าง่ายที่สุดคือ การคุยผ่าน Command Center เพียงแค่กด Ctrl+k จากนั้นก็พิมพ์ Prompt แล้วกด Enter ได้เลย

ClickUp AI via Command Center

ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคำค้นหาที่คุณได้กรอกลงไป จากตัวอย่างผมใช้คำว่า “ไวรัส” ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีงานแก้ปัญหาไวรัสให้กับเว็บลูกค้า AI จึงไปค้นหางานและสรุปผลมาให้ดังภาพครับ

ClickUp AI - Command Center sample

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าครอบคลุมเลยทีเดียว โดยเฉพาะถ้าหากผมลืมเกี่ยวกับงานแก้ไวรัสนี้ไปแล้ว และต้องการรื้อฟื้นมัน ผมก็สามารถพิมพ์ถามหา AI ซึ่งจะได้คำตอบเพียงพอให้ผมนึกถึงสิ่งที่เคยทำได้ครับ โดยที่ผมไม่ต้องไปไล่หาด้วยตัวเองว่างานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีงานอะไรบ้าง รวมถึงไม่ต้องย้อนไปไล่อ่านรายละเอียดทุกๆ งานอีกด้วย

การใช้งานผ่าน Slash Command

การใช้ AI วิธีนี้ก็คือ การที่เราพิมพ์ / แล้วตามด้วยชื่อฟีเจอร์ที่ต้องการครับ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราเข้าถึงฟีเจอร์ต่างๆ ของ ClickUp AI ได้แทบจะครบทุกฟีเจอร์ครับ

ให้ AI ช่วยเขียนเรื่องราว

ผมจะทดลองให้ AI ช่วยเขียนเกี่ยวกับว่า “จะทำยังไงให้ชีวิต Productive มากยิ่งขึ้น ทำงานน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลายมีความสุข”

การให้ AI ช่วยเขียนเนื้อหาให้นั้นสามารถเข้าถึงได้ดังนี้

วิธีแรกคือใช้งานผ่าน Sland Command โดยพิมพ์ /writewith แล้วเลือก Write with AI ได้เลยครับ

จากนั้น AI ก็ให้เราพิมพ์สิ่งที่ต้องการลงไป

ClickUp AI - Sland Command /write with AI

อีกวิธีคือเมื่อคุณสร้าง Doc ใหม่คุณจะเห็น Write with AI คุณสามารถกดใช้งานได้จากตรงนี้เลย

ClickUp AI - write with AI in docs

ซึ่งความแตกต่างคือ วิธีนี้จะสามารถเลือกสไตล์การเขียนและระดับความ Creative เพิ่มขึ้นได้ครับ โดยผมกำหนดเป็นการเขียนในแบบมืออาชีพและความ Creative ระดับสูงครับ

ClickUp AI - write with AI in docs sample

ต่อไปมาดูกันครับว่า AI จะช่วยเขียนได้ดีแค่ไหน (แล้วผมจะตกงานไหม 😅) และนี่คือสิ่งที่ AI เขียนให้ครับ

เพื่อทำให้ชีวิตของคุณ Productive มากยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพในการทำงาน และยังได้ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลายและมีความสุข คุณสามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
1. กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
เขียนรายการเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวของคุณ
แบ่งเป้าหมายให้เป็นงานย่อยๆ
2. วางแผนการทำงานของแต่ละวัน
ใช้หลักการ Time blocking โดยแบ่งเวลาทำงานออกเป็นช่วงๆ
จัดลำดับความสำคัญของงาน และทำตามลำดับนั้น
3. จำกัดการรบกวน
ปิดการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ขณะทำงาน
ประกาศให้คนรอบข้างทราบว่าคุณกำลังต้องการสมาธิ
4. พักผ่อนให้เพียงพอ
นอนหลับให้พอ 8 ชั่วโมงต่อคืน
ให้เวลาสำหรับการพักผ่อนและการทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ
5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
เลือกกิจกรรมที่คุณสนุกสนานและสามารถทำได้เป็นประจำ
6. ปรับปรุงวิธีการทำงาน
ใช้เทคนิค Pomodoro ซึ่งทำงาน 25 นาทีแล้วพัก 5 นาที
ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทำงานของคุณเป็นระยะๆ
7. จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน
คุณภาพของโต๊ะทำงานและเก้าอี้ที่ดี
รักษาความเป็นระเบียบและความสะอาด
8. เรียนรู้ที่จะบอกว่า "ไม่"
เรียนรู้ที่จะปฏิเสธและตัดสินใจเลือกทำเฉพาะสิ่งที่สำคัญจริงๆ
9. ทบทวนผลงานและพัฒนาตัวเอง
ทบทวนผลงานที่ผ่านมาเป็นประจำ เพื่อดูว่ามีอะไรที่สามารถปรับปรุงได้บ้าง
อ่านหนังสือและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะ
โดยการทำตามหลักการเหล่านี้ จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่สมดุลระหว่างการทำงานและเวลาส่วนตัว ทำให้คุณสามารถทำงานน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและผ่อนคลายยิ่งขึ้นครับ/ค่ะ.

ซึ่งเท่าที่ดูแล้วผมมีโอกาสตกงานอยู่ครับ 😄 ซึ่งถ้าเอามาเพิ่มคำอธิบายในแต่ละหัวข้ออีกหน่อย บวกกับความเป็นตัวตนของคุณเข้าไป ก็จะได้บทความดีๆ 1 บทความเลยครับ

AI Tools ตัวช่วยจัดเต็มสำหรับทุกแผนก

สำหรับ AI Tools นี้มีฟีเจอร์เยอะมากๆ ผมเลยไม่สามารถทดลองได้หมด เลยจะขอลิสต์มาให้อ่านกันครับว่ามีอะไรบ้าง โดย AI Tools จะมีตัวช่วยที่เหมาะสมตามแต่ละแผนก รวมถึงมีข้อมูลที่ต้อง Input ต่างกันด้วย

โดยการเข้าใช้งานจะใช้ผ่าน Slash Command

ClickUp AI - AI tools

โดยเริ่มต้นจะแสดงฟีเจอร์ที่เป็น Popular Tools ซึ่งจะเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานบ่อยๆ ในองค์กรครับ

ClickUp AI - AI tools feature

จากนั้นก็สามารถเลือกได้ตามแผนกหรือเนื้องานที่ต้องการ โดยผมขอใช้ภาษาอังกฤษเลยนะครับเพราะบางงานของบางแผนกผมก็ไม่มั่นใจว่าแปลถูกหรือไม่

Design

  • Create a design persona
  • Document the design component
  • Outline a user journey
  • Brainstorm potential user journeys

Email

  • Write an email
  • Reply to email
  • Write reactivation email
  • Thank you email
  • Write abandoned cart email
  • Write welcome email
  • Write educational newsletter

Engineering

  • Write technical specifications doc
  • Create test plan
  • Generate model schema
  • Create a sprint retrospective report
  • Create an incident report
  • Create help documentation
  • Create strategy plan
  • Create on-call SOPs
  • Create a threat model
  • Create a penetration test report
  • Bug report
  • Generate code snippet

HR

  • Create job listing
  • Draft internal announcement
  • Create recognition document
  • Create individual development plan
  • Outline onboarding guide
  • Write communication brief
  • Create a new employee handbook section
  • Create on boarding meterials

IT

  • Write technical specifications doc Create test plan
  • Write business requirements doc
  • Create project plan
  • Generate knowledgebase article

Marketing

  • Blog post
  • Write featured snippet text
  • Generate blog titles
  • Create campaign ideas
  • Write taglines
  • Generate creative brief
  • Ideate potential solutions
  • Generate keyword clusters
  • Write SEO article brief
  • Generate FAQ schema
  • Summarize product feedback
  • Optimize survey questions
  • Create status report
  • Create sales presentation
  • Write case study
  • Plan marketing event
  • Outline email campaign
  • Create campaign brief draft
  • Create customer survey
  • Analyze spreadsheet columns
  • Write customer email
  • Product description
  • Persona messaging
  • Messaging house

Product

  • Write product requirements document (PRD)
  • Generate user story
  • Identify success metrics
  • Suggest development milestones
  • Create go-to-market plan
  • Prioritize bugs
  • Create launch plan
  • Create help documentation
  • Design user testing study
  • Create market research survey
  • Optimize survey questions
  • Create status report
  • Create customer survey
  • Summarize feature requests
  • Analyze user interview notes
  • Write release notes
  • Generate UX copy
  • Write user interview questions

Project

  • Create scope document
  • Create project timeline
  • Create project change request
  • Create a project risk management plan
  • Create project kickoff agenda
  • Optimize survey questions
  • Create status report
  • Project brief
  • Create statement of work
  • Create subtasks
  • Organize a list of tasks
  • Convert to
  • Meeting agenda
  • Create project RACI matrix

Sales

  • Create elevator pitch
  • Draft follow up email
  • Write demo script
  • Create territory plan
  • Summarize meeting notes
  • Ideate potential solutions
  • Write prospecting email
  • Create sales training doc
  • Write case study
  • Create sales training plan
  • Write call follow up
  • Analyze spreadsheet columns
  • Write customer email
  • Personalize value statement
  • Outline QBR action items

Services

  • Create sales to service handoff
  • Create services to success handoff
  • Respond to customer
  • Create services status report
  • Write customer email
  • Create onsite agenda

SEO

  • Blog post
  • Write featured snippet text
  • Generate blog titles
  • Generate keyword clusters
  • Write SEO article brief
  • Generate FAQ schema

Social

  • Create content calendar
  • Create social media awareness campaign
  • Generate reply to comment
  • Write influencer marketing outreach
  • Create ad copy
  • Write a tweet
  • Write a thread
  • Create customer story post

Success

  • QBR deck outline
  • Email low health customer
  • Email an executive
  • Write CS drip campaign
  • Draft success plan
  • Summarize product feedback
  • Optimize survey questions
  • Create status report
  • Write customer engagement email
  • Write call follow up
  • Create customer survey
  • Write customer email
  • Develop champion plan
  • Personalize value statement
  • Draft feature request
  • Teach me about a customer’s job

Support

  • Ideate quarterly OKRs
  • Process (SOP)
  • Organize a list of tasks

การใช้งาน AI ขณะสร้าง Task ใหม่

เมื่อเรากดสร้าง Task ใหม่ ภายในป๊อปอัปจะมีให้เราใช้งาน AI เพื่อช่วยสร้างเนื้อหาได้เลยด้วยฟีเจอร์ Write with AI ที่ได้ลองใช้ให้ดูกันไปแล้วครับ

ภาพ 70

ClickUp AI ใน Automation

ในส่วนนี้ AI จะมาช่วยในการสร้าง Automation Flow โดยการนำข้อความแชทของคุณ ไปช่วยตั้งค่า Triggers, Actions และ Conditions ให้อัตโนมัติ ซึ่งถ้า AI ฉลาดพอจะช่วยประหยัดเวลาในการตั้งค่าต่างๆ ได้เยอะมากสำหรับ Flow ที่มีเงื่อนไขเยอะๆ รวมถึงลดเวลาที่เราต้องแปลงสิ่งที่เราต้องการให้กลายมาเป็น When Then Condition ซึ่งคนไม่ถนัดก็จะต้องใช้เวลามากกว่าปกติ แต่ถ้าใช้ AI ก็พิมพ์เหมือนพูดคุยสั่งงานได้เลย

โดยผมจะทดลองใส่ข้อความไปว่า “When a task is created assign it to Molly” ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นตามที่ต้องการ จากนั้นลองแบบซับซ้อนขึ้นพบว่า AI ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก รวมถึงภาษาไทยเหมือนจะยังใช้งานไม่ได้ ซึ่งน่าจะเพราะตอนนี้อยู่ในช่วง Automation with AI (Beta) ในอนาคตน่าจะต้องฉลาดกว่านี้ครับ

ClickUp AI - Automation

ClickUp AI ช่วยจัดการกับข้อความหรือเนื้อหาที่ต้องการ

โดยการใช้งานก็จะเหมือนกับการแก้ไขข้อความปกติเพราะจะอยู่บน Text Editor bar เดียวกัน โดยคุณต้องเลือกข้อความหรือเนื้อหาที่ต้องการก่อน จากนั้นคลิกที่ไอคอน AI

ClickUp AI - text editing

โดยสิ่งที่ AI จะมาช่วยมีดังนี้ครับ

  • ช่วยแก้ไขข้อความที่เลือก
  • ช่วยแก้ไขสิ่งที่เขียนไว้
  • ช่วยเช็คตัวสะกดและไวยากรณ์
  • ช่วยเขียนเนื้อหาต่อให้จบ
  • ปรับเนื้อหาให้อ่านง่าย
  • สรุปเนื้อหาทั้งหมด
  • แปลภาษา ซึ่งตอนนี้ทำได้ดังนี้ English, French, Spanish, Portuguese, German, Italian, Swedish, Dutch, Korean, Japanese, Chinese, และ Arabic

ใช้ AI กับ Text area Custom Field

การใช้ AI วิธีนี้คือการสร้าง Text area Custom Field ขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลที่ AI ช่วยสร้างโดยสามารถเลือกได้ 2 อย่างคือ

  • AI Summary – คือเก็บข้อมูลสรุปย่อของ Task Description ที่ AI สรุปให้
  • AI Progress Updates – คือเก็บข้อมูลรายงานกิจกรรมตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ที่ AI สร้างให้

โดยใช้งานได้ในแบบฟอร์มสร้างฟิลด์ใหม่ เลือกชนิด Text area (Long Text) จากนั้นตั้งค่าต่อที่ Fill with AI

ClickUp AI -  Text area Custom Field

จากนั้นเมื่อเราต้องการให้ AI ทำงานก็ไปที่ฟิลด์ที่ต้องการและคลิกที่ไอคอน Generate

ClickUp AI -  Text area Custom Field Generate

เท่านี้เราก็จะได้ฟิลด์ข้อมูลสำหรับเก็บสรุปย่อ Task Description และ รายงานกิจกรรมแล้วครับ

แนวทางเขียน Prompt ให้ AI เข้าใจได้ดีที่สุด

เนื้อหาส่วนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ClickUp เสียทีเดียว แต่น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณในการใช้งาน ClickUp AI ครับ ซึ่งเป้าหมายของการใช้ AI ของพวกเรา ก็คือเพื่อให้เราได้รับคำตอบที่ดีที่สุด โดยการจะได้คำตอบที่ดีเราก็ต้องถามให้ดีด้วย ให้คุณลองนึกถึงการพูดคุยกัน ถ้าเราถามคำถามที่ไม่รู้เรื่อง กำกวม หรือชวนให้งง คนตอบก็คงยากที่จะตอบได้ถูกใช่ไหมครับ AI ก็เช่นกัน งงเป็นเช่นกัน

หัวข้อนี้ถ้าต้องการศึกษาอย่างจริงจัง ถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งเลยที่เรียกว่า Prompt Engineering ครับ

แนวทางการเขียน Prompt ให้ AI เข้าใจ

  • คุยให้เหมือนกับเราคุยกับมนุษย์ทั่วไป เพราะ AI ถูกสอนมาให้คล้ายมนุษย์มากที่สุด
  • ยิ่งเขียนรายละเอียดมาก คำตอบก็จะยิ่งใกล้เคียงความต้องการของเรามากขึ้น
    • CilckUp ก็ตระหนักในเรื่องนี้เช่นกัน จึงเพิ่มฟิลด์ให้เราได้กรอกข้อมูลให้ครบที่สุด ซึ่งอาจแตกต่างกันตามแต่ละฟีเจอร์ เช่น Write with AI จะมีฟิลด์ Tone of voice และ Creativity level เป็นต้น
  • ถ้าอยากได้คำตอบเป็นแนวขั้นตอน หรือ How to ให้ขึ้นต้นด้วย คำกริยา เช่น “เขียนแผนธุรกิจรับทำเว็บไซต์ให้หน่อย”
  • ถ้าอยากให้ AI ช่วยต่อยอดในเรื่องอะไร ให้เล่าถึงที่มาก่อนหน้าด้วย เช่น ถ้าคุณลดน้ำหนักแล้วยังไม่สำเร็จ แทนที่จะถามว่า “ทำจะอย่างไรให้ลดน้ำหนักได้สำเร็จ” ให้ใช้เป็น “ฉันออกกำลังกายวันละ 50 นาที กินอาหารวันละไม่เกิน 1500 kcal แต่น้ำหนักก็ยังไม่ลดลง มีวิธีการอะไรที่ดีกว่านี้ไหม เพื่อให้ฉันลดน้ำหนักได้สำเร็จ” แบบนี้ AI จะยิ่งแนะนำได้ตรงจุดมากขึ้น
  • ถ้าคำตอบยังไม่ดีลอง Try Again หรือ Regenerate ให้ AI ตอบอีกครั้ง อาจจะได้คำตอบที่ดียิ่งขึ้นครับ

*ผมศึกษาหัวข้อนี้มาจากหนังสือ ChatGPT x Generative AI Vol.1

เปรียบเทียบ ClickUp Brain กับ AI อื่นๆ

ClickUp Brain vs other AI compare

เมื่อพูดถึงหัวข้อเปรียบเทียบ ผมเลยขอทดลองตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดการโครงการ ระหว่าง ClickUp Brain และ ChatGPT-3.5 (เวอร์ชั่นฟรี) เพื่อดูว่าใครให้คำตอบเป็นอย่างไรกันบ้าง

โดย Prompt ของผมคือ “คุณคือผู้จัดการโครงการที่ไม่มีประสบการณ์ จะทำอย่างไรให้คุณเก่งขึ้น

นี่คือคำตอบของ ClickUp Brain

test ClickUp Brain
ภาพ 65

ผลลัพธ์จาก ChatGPT-3.5

test ChatGPT-3.5

เท่าที่ดูผลลัพธ์แบบผ่านๆ ผมมองว่า AI ของ ClickUp ให้คำตอบที่โอเคกว่า อาจจะเป็นเพราะเป็นคำถามในด้านที่ถนัดคือด้านการจัดการงาน แต่ถ้าด้านอื่นๆ ChatGPT น่าจะทำได้มากกว่า และถ้าเป็น ChatGPT-4 (เวอร์ชั่นเสียเงิน) น่าจะทำผลลัพธ์ได้ดีกว่านี้ด้วยครับ ( 😅 ทำไม AI ไม่แนะนำให้มาอ่าน productivetogo.com กันบ้างนะ)

ไหนๆ แล้วผมก็เลยขอทดลองกับ Prompt ที่เกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไปเทียบกันดูบ้าง ด้วย Prompt ที่ว่า “ฉันออกกำลังกายวันละ 50 นาที กินอาหารวันละไม่เกิน 1500 kcal แต่น้ำหนักก็ยังไม่ลดลง มีวิธีการอะไรที่ดีกว่านี้ไหม เพื่อให้ฉันลดน้ำหนักได้สำเร็จ” จากหัวข้อก่อนหน้านะครับ

ผลลัพธ์จาก ClickUp

test Prompt  - ClickUp Brain

ผลลัพธ์จาก ChatGPT-3.5

test Prompt  - ChatGPT-3.5

จากผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเจนว่า ClickUp Brian สามารถตอบเรื่องทั่วๆ ไปได้ด้วย นั่นก็เพราะจำเป็นต้องรู้หลายๆ เรื่อง เพื่อรองรับกับฟีเจอร์ที่ช่วยเขียนบทความหรือ Doc นั่นเอง

แต่ถึงอย่างไรทาง ClickUp ก็บอกว่าใช้ Model หลักคือ GPT-4 Turbo (อ้างอิง : หัวข้อ Models used) ดังนั้น คำตอบที่ได้คงไม่มีใครเก่งกว่าใครได้ครับ แต่จากตารางเปรียบเทียบ จะเห็นว่า ClickUp ได้ปรับให้ใช้งานในด้านอื่นๆ เพิ่มเข้ามานอกจาการพูดคุยด้วย Prompt ปกติ ก็เพื่อให้รองรับกับการทำงานของเรา ให้สะดวกยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

ราคา ClickUp Brain (Ai)

ในด้านของราคา ทาง ClickUp นำฟีเจอร์ AI ไปเป็นรูปแบบ Add-on คือถ้าใช้จึงค่อยจ่ายเพิ่ม โดยคิดที่ $5 ต่อ Member ต่อเดือน โดยไม่ว่าคุณจะใช้แพ็กเกจไหนอยู่ก็คิดที่ $5 เท่ากันครับ

ClickUp ได้ให้แต่ละแพ็กเกจทดลองใช้ฟรีดังนี้

  • Free Forever: 25 uses (หากต้องการใช้งานต่อต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงินตั้งแต่ Unlimited ขึ้นไปและเปิดใช้งาน ClickUp AI อีกครั้งซึ่งต้องจ่ายเพิ่มอีก $5 ต่อเดือน)
  • Unlimited: 50 uses
  • Business: 50 uses
  • Business Plus: 100 uses
  • Enterprise: 100 uses

สรุป

สำหรับ ClickUp Brain (AI) ตอนนี้ผมว่าดีขึ้นมากๆ จากปีที่แล้วที่ผมได้ทดลองใช้งาน โดยเฉพาะสำหรับภาษาไทย โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าการใช้ ClickUp AI เหมือนมีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกอย่างน้อย 1 คนเลยครับ แต่คุณเองก็ต้องมาทดลองปรับ Prompt หรือฝึกใช้งาน AI บ่อยๆ ผมเชื่อว่าคุณจะยิ่งประหยัดเวลา และได้รับคำตอบที่แม่นยำขึ้น จนถึงขั้นเพิ่ม Productivity ได้อีกกว่า 30% เลยครับ (ตัวผมเองก็เช่นกันยังคงต้องฝึกในเรื่อง AI นี้ ที่เรียกได้ว่าใหม่มากๆ ต่อไป เรามาฝึกฝนไปด้วยกันครับ 🤖)

คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ClickUp Brain ได้ที่ : อ้างอิง

อยากได้บทความเรื่องอะไร หรือ หัวข้อแนวไหน สามารถแนะนำกันมาได้ที่แบบฟอร์มนี้เลยครับ ซึ่งข้อมูลที่ส่งจากแบบฟอร์มนี้จะถูกไปสร้างเป็น Clickup Task และสั่งงานผม ให้อัตโนมัติเลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *