Skip to content
Home    »   รวมบทความเกี่ยวกับ Productive Life และการใช้ ClickUp    »   Productive Book    »   Pomodoro ของจริงต้อง 6 ขั้นตอนนี้ ถึงจะเพิ่มสมาธิ ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความ Productive (พร้อมแนะนำนาฬิกาสุดเจ๋ง)

Pomodoro ของจริงต้อง 6 ขั้นตอนนี้ ถึงจะเพิ่มสมาธิ ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความ Productive (พร้อมแนะนำนาฬิกาสุดเจ๋ง)

Pomodoro book

หลังจากที่ผมได้รู้จักเทคนิค pomodoro จากหนังสือ The Productivity Project และได้ทดลองทำแบบคร่าวๆ ทำให้พบว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องความล้าของสมอง เพราะผมชอบลืมพัก จะพักก็ตอนหัวชาไปแล้ว แต่เพราะบังเอิญไปเจอหนังสือที่ชื่อว่า “The Pomodoro Technique” ที่เขียนโดยผู้คิดค้นวิธีนี้ แถมแปลเป็นภาษาไทยแล้ว จึงแอบแปลกใจว่าวิธีนี้มันมีอะไรมากกว่าจับเวลาและพักอีกเหรอ จึงรีบซื้อมา และพบว่าหลังจากอ่านแล้ว มันไม่ใช่แค่การจับเวลาทำงานหรือเวลาพัก แต่มันคือรูปแบบการทำงานหรือการจัดสรรเวลาในแต่ละวันเลยทีเดียว

ดังนั้น บทความนี้จะเรียกได้ว่าคือ รีวิวสรุปหนังสือ “The Pomodoro Technique เทคนิคการเคลียร์งาน 25 นาทีจบ ที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นตลอดกาล” ก็ได้ ที่เขียนโดย ฟรานเซสโก ซีลิลโอ (Francesco Cirillo) ผู้ที่คิดค้นวิธีการนี้ขึ้นมา แปลและเรียบเรียงโดย อาจารย์โอม (ลิงก์หลังสือบน Se-ed)

Pomodoro คืออะไร

Pomodoro คือ เทคนิคการจัดการเวลาทำงานที่คิดค้นขึ้นโดย ฟรานเซสโก ซีลิลโอ (Francesco Cirillo) โดยจุดเริ่มต้นไอเดียเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1980 ในระหว่างที่เขาเรียนอยู่แค่ปี 1 เท่านั้นซึ่งเป้าหมายในตอนนั้นคือการจับเวลาอ่านหนังสือ เนื่องจากเขารู้สึกว่าไม่ค่อยมีสมาธิและสับสน จึงลองตั้งเวลาสั้นๆ เพื่อให้ตัวเองโฟกัสกับการอ่านหนังสือดู และนาฬิกาที่เขาใช้จับเวลาในยุคนั้นคือ นาฬิกาทำอาหารที่หน้าตาเหมือนมะเขือเทศ ซึ่งในภาษาอิตาลี “มะเขือเทศ” เรียกว่า “Pomodoro”

Pomodoro clock

และต่อมาเขาได้ทดลองปรับปรุงการจับเวลาตั้งแต่ 2 นาทีและเพิ่มขึ้น จนได้เวลา 25 นาที คือเวลาที่เหมาะสมที่สุด และได้ข้อสรุปว่า ควรแบ่งเวลาการทำงานออกเป็นช่วงๆ ช่วงละ 25 นาที เรียกว่า “1 pomodoro” จากนั้นพัก 5 นาที และเมื่อทำครบ 4 Pomodoros จะเป็นการพักยาว 15-30 นาที ตามแต่ความเหนื่อยล้า

แม้เขาจะไม่ใช่นักจิตวิทยาหรือนักวิทยาศาสตร์ทางสมอง แต่ผลงานของเขาก็ดังไปทั่วโลก แถมถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารชื่อดังอย่าง New York Times, The Guardian, Wall Street Journal, Harvard Business Review และอื่นๆ ทำให้ปัจจุบันมีผู้คนใช้เทคนิคนี้มากกว่า 2,000,000 คนทั่วโลก ตั้งแต่นักเรียน, นักศึกษา ไปจนถึงระดับ CEO บริษัทใหญ่ เนื่องจากมันช่วยให้ผู้คนมีความโฟกัสในการทำงานและเพิ่มความ Productive ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • ลดความเหนื่อยล้า
  • เพิ่มสมาธิ และการโฟกัส
  • ลดความเครียด และความกังวล
  • ป้องกันภาวะ Overwhelmed และ Burnout
  • ช่วย Work Life Balance ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานง่ายขึ้น
  • ช่วยเพิ่ม Productivity ในการทำงาน
  • ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการแบ่งงาน และ การกำหนดเวลาทำงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารโครงการได้ดียิ่งขึ้น

เทคนิค Pomodoro เหมาะกับใคร

  • นักเรียน, นักศึกษา และ คนทำงาน ที่มีปัญหาดังนี้
    • งานยุ่งมาก จนรู้สึกเหนื่อยล้ากับการทำงาน
    • ต้องการแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพการทำงาน เช่น ด้านคุณภาพงาน และ สมาธิการทำงาน เช่น วอกแวกง่าย, ขาดสมาธิ, สมาธิสั้น เป็นต้น
    • ชอบเร่งทำงานต่อเนื่องให้เสร็จโดยไม่พัก ขอยกตัวอย่างเป็นตัวผมเองในตอนที่เขียนบนความสักบทความก็จะตะบี้ตะบันต่อเนื่องเกิน 5 ชั่วโมงจนเสร็จ แต่พอเสร็จ สมองจะล้าและมึน ทำให้ทำงานอื่นไม่ได้แล้ว เท่ากับวันนั้นทำงานได้แค่ 5 ชั่วโมง หรือถ้าต้องทำงานต่อ งานที่ทำได้ก็จะต้องใช้พลังงานสมองน้อยๆ หรือ งานง่ายๆ แทน

Pomodoro ที่แท้จริงไม่ใช่แค่จับเวลาทำงาน 25 นาที และพัก 5 นาที แต่มีอะไรมากกว่านั้น

ขั้นตอนเหล่านี้ผมสรุปมาใช้กับตัวเองให้เริ่มต้นได้ง่าย หากต้องการศึกษาขั้นตอนอย่างละเอียด หรือ อยากทราบวิธีการทำงานเป็นทีม ขอแนะนำให้ลองอ่านจากเล่มเต็มที่ผมได้พูดถึงไปแล้วตอนต้น (ลิงก์ เล่มละประมาณ 160+ บาท 🍅 )

ซึ่งหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วพบว่า Pomodoro จริงๆ ไม่ใช่แค่การจับเวลาทำงานหรือเวลาพัก แต่มันคือรูปแบบการทำงานเสียมากกว่า โดยผมแบ่งขั้นตอนให้ตัวเองได้เริ่มต้นใช้เทคนิคนี้อย่างจริงจังเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้

Pomodoro technique ของจริงต้อง 6 ขั้นตอนนี้ ถึงจะเพิ่มสมาธิ ลดกังวล เพิ่มความ Productive

0. วางตารางกิจกรรมในแต่ละวัน (Time Blocking)

Time Blocking

ขั้นตอนนี้ไม่ถือว่าเป็นขั้นตอนของ Pomodoro เสียทีเดียวผมจึงขอใช้ว่า 0. แต่ก็มีความเกี่ยวโยงกันอย่างชัดเจน และต้องทำก่อนการเริ่มใช้เทคนิคนี้ คือการวางตารางเวลากิจกรรมในแต่ละวัน ว่าคุณจะทำงานเวลาใดบ้าง หรือ พักทานอาหารเวลาใดบ้าง เช่น

  • 9:00 – 12:00 น. ทำงาน
  • 12:00 – 13:00 น. พักกลางวัน
  • 13:00 – 17:00 น. ทำงาน
  • 17:00 น. เลิกงาน

เมื่อคุณวางตารางกิจกรรมแล้ว สิ่งที่ต้องทำในช่วงนั้นๆ สำคัญกว่า Pomodoro เช่น หากคุณกำลังนับถอยหลัง Pomodoro มาจนเหลือ 10 นาทีแล้ว แต่ขณะนั้นคือเวลา 12:00 น. คุณต้องหยุดทำงานแล้วไปพักกลางวันทันที และต้องทิ้ง Pomodoro นั้นๆ ไป

ผมขอแนะนำเป็นไอเดียว่า เวลาพักในช่วงที่ 4 ควรใช้เวลาที่คงที่เช่น 15, 20 หรือ 30 นาทีเพื่อให้สามารถพักกลางวันได้โดยไม่เสีย Pomodoro ไป เช่น
ลูปที่หนึ่ง
รอบที่ 1 ▶ 9:00 - 9:25 พัก 9:25 - 9:30
รอบที่ 2 ▶ 9:30- 9:55 พัก 9:55 - 10:00
รอบที่ 3 ▶ 10:00 - 10:25 พัก 10:25 - 10:30
รอบที่ 4 ▶ 10:30 - 10:55 พัก 10:55 - 11:10 (หากคุณอยู่ออฟฟิศพักเกิน 15 นาทีอาจถูกมองแปลกๆ ได้ 😅)
ลูปที่สอง
รอบที่ 1 ▶ 11:10 - 11:35 พัก 11:35 - 11:40
รอบที่ 2 ▶ 11:40 - 12:05 เวลาพักพอดี ซึ่งถ้าคุณทำงานประจำที่มีเวลาพักแน่นอนคือ 12:00 ก็อาจจะต้องตั้งเวลาพักส่วนตัวเป็น 12:05 - 13:00 คิดเสียว่าชดเชยช่วงพักก่อนหน้าไปก็ได้
*หากคุณใช้เทคนิคนี้ในออฟฟิศ แนะนำว่าแจ้งให้หัวหน้าทราบด้วย เขาจะได้ไม่งงว่าทำไมพักบ่อยจัง..

1. ลิสต์งานที่ต้องทำในวันนี้ (Planning)

Work Planning

สิ่งแรกคุณจำเป็นต้องวางแผนงานที่จะทำในแต่ละวัน ซึ่งการวางแผนควรจะทำก่อนหน้านั้น 1 วัน เพื่อให้ตื่นเช้ามา คุณจะได้ใช้สมองที่ปลอดโปร่งไปกับงานได้ทันที และคุณสามารถตั้งเวลาสัก 1 Pomodoro เพื่อวางแผนได้ด้วย

ซึ่งสามารถวางแผนโดยการลิสต์ลงสมุด, แอป Note หรือ Task management tool อย่าง CilckUp ก็ได้ แล้วแต่ความถนัด

2. กำหนดจำนวนเวลาที่ใช้ทำงาน (Time Estimating)

Time Estimating

การกำหนดเวลาที่จะใช้ทำงาน จะนับเป็นจำนวน Pomodoro เช่น 4 Pomodoros ก็คืองานที่ต้องใช้เวลาทำ 100 นาที โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมดังนี้

  • จำนวน Pomodoro ต้องกำหนดเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น
  • หากงาน 1 งานใช้เวลาน้อยกว่า 25 นาที จะไม่กำหนดเป็น 0.5 หรือ 0.7 Pomodoro แต่จะนำงานอื่นที่ใช้เวลาน้อยๆ มารวมกันทำให้ได้ครบ 1 Pomodoro
  • หากงานนั้นใช้เวลาเกิน 5-7 Pomodoros ให้แบ่งเป็นงานย่อย

3. ทำงาน 25 นาที (Working)

Working
  • ในช่วงเริ่มต้น : ให้นึกถึงวัตถุประสงค์ของงานที่กำลังจะทำ แล้วจึงค่อยเริ่มทำงาน หากเป็นการกลับมาทำต่อให้พิจารณาสิ่งที่ทำไปแล้วเพิ่มด้วย ซึ่งบางครั้งอาจมีการปรับเปลี่ยนจำนวน Pomodoro ของงานที่ทำอยู่ก็ได้ เช่น เคยตั้งไว้ 3 Pomodoros แต่พอทำไปได้ 1 รอบแล้วพบว่าลืมเนื้องานบางส่วนจึงปรับแก้เป็น 4 Pomodoros
  • ระหว่างทำงาน :
    • สิ่งที่ทำให้เทคนิคนี้เพิ่มโฟกัสและลดความกังวลก็คือ การจัดการกับสิ่งรบกวน (ควรนับจำนวนการรบกวนไว้ด้วยครับ เพื่อเอาไว้ใช้ในขั้นตอนที่ 5 ทบทวน)
      • ถ้ามีการรบกวนจากภายใน เช่น อะไรผุดมาให้วอกแวกให้จดไว้ โดยยังไม่ต้องไปทำ หรือ ยังไม่ต้องคิดต่อ
      • ถ้ามีการรบกวนจากภายนอกเช่น คนอื่น ให้บอกว่ารอก่อน ไม่ว่าจะเป็นจากโทรศัพท์ หรือ คนจริงๆ
      • การที่ให้จดไว้หรือเลื่อนบางอย่างไป สามารถทำได้ไม่ยากเลย เพราะ 25 นาทีนั้นถือว่าเร็วมากๆ เลย จากนั้นก็ไปจัดการในช่วงพัก 5 นาที ถ้าเป็นอะไรง่ายๆ เช่น กินกาแฟ, เข้าห้องน้ำ หรือ สั่งอาหาร ส่วนถ้างานนานหน่อยก็ไปจัดการตอนพักยาว หรือ กำหนดเวลาสัก 1 Pomodoro มาจัดการมันก็ได้ (การทำแบบนี้จะช่วยลดความกังวลให้กับสมองคุณได้ด้วย เพราะเรากำหนดเวลาทำแน่นอน ซึ่งช่วยให้งานนั้นไม่ผุดมากวนใจอีก จากเทคนิค Getting Things Done)
      • หากพ่ายแพ้ให้กับการรบกวน ไม่ว่าจากภายในหรือภายนอก ให้ยกเลิก Pomodoro นั้นแล้วเริ่มต้นนับใหม่หลังจากกลับมาเริ่มทำงาน (ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนงาน ไปทำงานด่วนพิเศษ แบบนี้ก็ไปเริ่มนับ Pomodoro ใหม่ของงานนั้นแทน)
    • หากถึงเวลาพักตาม Time Blocking ที่คุณได้วางไว้ต้องหยุดงานแล้วยกเลิก Pomodoro นี้ไป (ถ้าคุณวางเวลาดีๆ ตามที่ผมได้แนะนำไปในหัวข้อก่อนหน้า น่าจะไม่พบปัญหานี้ครับ)
  • ในช่วงท้าย : ให้สรุปสิ่งที่ทำมา หรือโน้ตว่าจะต้องมาทำอะไรต่อใน Pomodoro ถัดไป หากทำไปจนชำนาญ พอเวลาสัก 23 นาที คุณจะรู้ตัวว่าใกล้พักและจะเตรียมตัวโน้ตงานโดยอัตโนมัติ
  • *เสริม : นาฬิกาควรจะมองเห็นได้ตลอดเพื่อรู้ว่าเหลือเวลาเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เผลอทำช่วงเริ่มต้นนานไป และ ไม่ลืมเผื่อเวลาในการโน้ตสิ่งที่ต้องทำต่อ

4. พัก (Resting)

Resting

ระหว่าง Pomodoro รอบที่ 1 – 3 จะพัก 5 นาที และเมื่อครบรอบที่ 4 ให้พักยาว 15 – 30 นาทีแล้วแต่ความเหนื่อยของเรา (อย่าลืมนับจำนวน Pomodoro ไว้ด้วยนะครับ อาจจะใช้กระดาษเล็กๆ ขีดนับ, ใช้ Custom Field (CF) ของ ClickUp หรือจะใช้นาฬิกาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะก็ได้ ผมจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป)

หากคุณยังไม่รู้จักว่า ClickUp คืออะไร แนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อนครับ ClickUp ตัวช่วยในการบริหารงานทั้งระดับบุคคลและองค์กร ได้ครบวงจรในที่เดียว  พร้อมรีวิว 23 ฟีเจอร์เด่น

โดยในระหว่างเวลาพัก ให้คุณเลิกยุ่งกับงานที่ทำอยู่ และไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น เดินเล่น, เข้าห้องน้ำ, ดื่มกาแฟ, เล่นกับแมว, คิดเรื่องเที่ยว, ดูลมหายใจ หรือ นั่งสมาธิ เป็นต้น

หากคุณทำไปได้ไม่ถึง 4 รอบ แต่ติดพักกลางวันเสียก่อน หลังกลับมาทำงานในช่วงบ่ายให้เริ่มนับเป็น pomodoro รอบที่ 1 ใหม่ เพราะถือว่าคุณได้พักยาวไปแล้วนั่นเอง

5. ทบทวน (Reviewing)

Reviewing

อีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ได้รวมอยู่ในแต่ละ Pomodoro แต่จะทำในช่วงท้ายของวัน คือ การพิจารณาดูงานต่างๆ ที่ได้ทำไป ว่าเราได้วางเวลาไว้ถูกต้องแค่ไหน และนำมาพิจารณาปรับปรุงในวันถัดไป

กำหนดเวลาน้อยเกิน : เช่น วางไว้ 5 Pomodoros ทำจริง 7 Pomodoros

ถ้าเป็นแบบนี้คุณต้องกำหนดเวลาให้มากขึ้นสำหรับงานประเภทนี้หากเป็นการกำหนดเวลาครั้งแรก แต่ถ้างานนี้คุณเคยทำแล้วและใช้เวลาแค่ 5 Pomodoros แต่ครั้งนี้กลายเป็น 7 คุณอาจต้องดูว่ามีอะไรที่ต่างกัน อาจจะเพราะ เนื้องานยากขึ้น, ถูกรบกวนเยอะเกินไป, จิตตกจากข่าว, ไม่สบาย หรือ นอนไม่พอ เป็นต้น

กำหนดเวลามากเกิน : เช่น วางไว้ 5 Pomodoros ทำจริง 3 Pomodoros

ถ้าเป็นแบบนี้คุณต้องกำหนดเวลาให้น้อยลงสำหรับงานประเภทนี้หากเป็นการกำหนดเวลาครั้งแรก แต่ถ้างานนี้คุณเคยทำแล้ว คุณอาจต้องดูว่ามีอะไรที่ต่างกัน อาจจะเพราะ เนื้องานง่ายขึ้น, มีสมาธิไม่ค่อยวอกแวก, อารมณ์ดี, นอนเต็มอิ่ม เป็นต้น

สรุปผล : เมื่อคุณได้พิจารณาแล้ว คุณจะสามารถรู้ว่าจะปรับปรุง Pomodoro ในวันถัดไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้อย่างไร รวมถึงยังสามารถปรับปรุงการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อให้การทำงานดีขึ้นด้วย เช่น นอนให้เพียงพอ, นั่งสมาธิ, หลีกเลี่ยงข่าว, ออกกำลังกาย, ทำงานอดิเรกเพื่อเพิ่มความสุข เป็นต้น

ตัวช่วย Pomodoro ให้สนุกยิ่งขึ้น

Tomato Timer

เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณจับเวลาการทำงาน และเวลาพักได้ง่ายๆ (ลิงก์) โดยเว็บนี้จะสามารถจับเวลาได้ทั้งเวลาทำงาน, เวลาพักสั้น 5 นาที และเวลาพักยาว

Tomato Timer

Pomofocus

เว็บไซต์ Pomofocus นี้ทำทุกอย่างได้เหมือนกับเว็บ Tomato Timer แต่สามารถลิสต์งานลงไปได้ พร้อมกำหนดจำนวน Pomodoro ที่ใช้ แถมมีการนับจำนวน Pomodoro ที่ใช้ไปแล้วให้ด้วย รวมถึงยังตั้งค่าต่างๆ ได้ และยังมีแอปให้ใช้งานทั้งบน Windows และ Mac อีกด้วย

Pomofocus

นาฬิกาสำหรับ Pomodoro : Ticktime

เนื่องจากผมใช้งาน ClickUp เป็น Task Manager อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องไปสร้าง Task บนเว็บอื่นอีก จึงเลือกเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะ เพราะช่วยให้เห็นเวลาได้ตลอด (บวกกับหัวใจหลักคืออยากได้ 😄) ซึ่งเจ้านาฬิกาตัวนี้ชื่อว่า Ticktime Cube จากแบรนด์ llano ที่เป็น Start up จากฮ่องกง และโด่งดังมาจาก kickstart และ indiegogo ซึ่งระดมทุนไปได้เกือบ 8 ล้านบาท

จริงๆ เขามีหลายสีมากนะครับ เช่น ดำ, ขาว, ฟ้า, ชมพู และเหลือง ตามคลิปเลย

Clock for Pomodoro - Ticktime

จุดเด่นของเจ้า Ticktime Cube มีดังนี้ครับ

  • มาที่เจ๋งที่สุดก่อนเลย คือ สามารถตั้งเวลาด้วยการแค่พลิกด้าน แถมพลิกแล้วยังดูเวลาได้ทุกๆ ด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะพลิกซ้าย พลิกขวา กลับหัว กลับก้น ก็ดูตัวเลขได้ปกติเลย โดยเมื่อพลิกไปด้านไหนก็เริ่มจับเวลานั้น โดยมีตัวเลขบอกในแต่ละด้านคือ 1 นาที, 3 นาที, 5 นาที และ 10 นาที ซึ่งเมื่อพลิกไปก็จะเริ่มจับเวลาทันที เช่น ถ้าพลิกไปด้าน 5 นาที นาฬิการจะเริ่มนับถอยหลัง 5 นาที ทันที ซึ่งการจะหยุดก็ง่ายมากแค่พลิกตั้งขึ้น เวลาก็จะหยุดทันที แถมยังปรับเวลาด้วยทัชสกรีนได้อีก เช่น ถ้าอยู่ด้าน 5 นาทีทัชไป 1 ครั้งก็จะกลายเป็น 10 นาที ทัชอีกทีก็เป็น 15 นาทีเป็นต้น
  • นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ 2 ด้านคือด้านหน้าและด้านหลัง จากภาพคือด้านหลังที่เอาไว้จับเวลา (Stopwatch) โดยการเริ่มจับก็แค่หงายด้านหลัง (จอกลม) ขึ้น เวลาก็จะเริ่มจับทันที จะหยุดก็แค่พลิกกลับด้าน แล้วตัวเลขเวลาจากด้านหลัง จะไปโผล่อีกด้านให้อัตโนมัติพร้อมหยุดเวลา
    ภาพ 7
  • มี auto shut down ปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
    • ในขณะตั้งปกติ (หันจอหน้าเข้าหาตัวเรา) ถ้าไม่ใช้จะดับเองใน 5 นาที
    • ในขณะตั้งขึ้น (หันจอหน้ายกขึ้น) จะดับเองใน 10 นาที
  • ปรับระดับเสียงได้ หรือ จะใช้โหมดสั่นก็ทำได้ ใช้ในที่เงียบๆ เช่น ห้องสมุด, ร้านกาแฟ (กดปุ่ม V ด้านบนขวา)
  • ไม่ต้องใส่ถ่าน สามารถชาร์ตได้ด้วย type-c ทั่วๆ ไปเลย พอชาร์ตไฟกระพริบ พอเต็มไฟจะดับ ชาร์ตใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ใช้งานได้ 20 ชั่วโมง
  • ฟีเจอร์ตั้งเวลานับถอยหลังแบบปกติก็มีโดยกด ปุ่ม M ตั้งนาที ปุ่ม S ตั้งวินาที จากนั้นกดปุ่ม ▶
  • และมาถึงฟีเจอร์สุดท้ายที่เป็นพระเอกให้กับเทคนิค Pomodoro ของเราก็คือ “Pomodoro Mode”
    ภาพ 8
    • โดยเมื่อเราพลิกมาด้าน 5 นาที จากนั้นกดทัชสรีนค้าง ก็จะเป็นการเปิด “Pomodoro Mode” ทันที โดยจะเห็นไอคอนมะเขือเทศแดงๆ เล็กๆ กลางจอ ตามภาพ
    • และเมื่อหมดเวลา 25 นาที ก็จะร้องเตือนและนับถอยหลัง 5 นาทีให้อัตโนมัติ
    • ยังไม่พอเท่านั้น ยังมีการนับรอบของ Pomodoro ไว้ให้ด้วย อยู่ใต้ช่องเสียบ Type-C (แต่จะเป็นตัวเลขแนวนอน ต้องเอียงคอมอง 😂 จากภาพก็คือรอบที่ 2 ครับ)

ซึ่งผมซื้อมาจากร้าน Official ของ Ticktime เลยมีทั้ง Lazada และ Shopee แต่ควรดูทั้ง 2 ที่นะครับ เพราะของผมตอนแรกดูใน Shopee เกือบจะซื้อแล้วครับ แต่พอมาดู Lazada มีโปรโมชั่นเลยได้ถูกลง แต่ก็เป็นร้านเดียวกัน ราคาประมาณ 6 ร้อยกว่าบาทครับ (แต่จะเป็นการส่งจากต่างประเทศนะครับ รอประมาณไม่เกิน 1 สัปดาห์) และมีการรับประกัน 1 ปี

การใช้ Pomodoro กับ ClickUp

คุณสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรีตลอดชีพสำหรับแผน Free Forever เลยครับ ถึงแม้จะฟรี! แต่ก็มีฟีเจอร์ให้ใช้งานได้มากกว่า 50% ของฟีเจอร์บนแผนพรีเมียมเลยนะครับ  
👉สมัคงง่ายๆ ได้ตามบทความนี่เลยครับ สมัครสมาชิก ClickUp

Task หรืองาน ใน ClickUp คุณสามารถเพิ่ม Custom Fields (CF) ในการเก็บค่าต่างๆ ได้ ผมจึงใช้เก็บค่า Pomodoro ไว้ดังนี้

Pomodoro with ClickUp

อธิบายแต่ละฟิลด์

  • 🍅 Pomodoro : จำนวน Pomodoro ที่ใช้ในแต่ละงาน (ใช้ในขั้นตอน “กำหนดจำนวนเวลาที่ใช้ทำงาน”) โดยใช้ CF ชนิด Dropdown กำหนดให้เป็น 1 – 7 เพราะไม่ควรเกิน 7
  • 🍅 Eaten : คือจำนวน Pomodoro ที่ใช้ไป โดยใช้ CF ชนิด Dropdown (ทุกครั้งที่มาเพิ่มจำนวนมะเขือเทศ อาจช่วยให้คุณรู้สึกถึงความสุขเล็กๆ เหมือนผม ในความคืบหน้าของงาน 😊 แถมสนุกขึ้นด้วย)
  • 💥 Inside : คือจำนวนครั้งของการถูกรบกวนจากภายใน หรือ สมองของเราเอง โดยใช้ CF ชนิด Dropdown กำหนดให้เป็น 1 – 15 ค่าสูงสุดแล้วแต่จะกำหนดเลยครับ ถ้าน้อยไปก็ค่อยเพิ่มภายหลังได้ครับ
  • 💥 Outside : คือจำนวนครั้งการถูกรบกวนจากภายนอก โดยใช้ CF ชนิด Dropdown กำหนดให้เป็น 1 – 15 ค่าสูงสุดแล้วแต่จะกำหนดเลยครับ ถ้าน้อยไปก็ค่อยเพิ่มภายหลังได้เช่นกัน

ซึ่งเมื่อนำค่า 🍅 Pomodoro มาเทียบกับค่า 🍅 Eaten เราจะทราบว่าเราใช้เวลาไปมากหรือน้อยกว่าที่คำนวณ ซึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ในขั้นตอน “ทบทวน” นั่นเองครับ (จากภาพด้านบนแค่มองก็เห็นแล้วครับว่าเกินหรือขาดไป)

(ไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้น ❗) ในการ CF ขั้นสูง คุณสามารถตั้ง 🍅 Eaten ให้เป็นชนิด Formula เนื่องจากทุกงานหากมีการจับเวลาทำงานด้วย Time tracking คุณจะสามารถใช้ CF ชนิด Formula ที่สามารถคำนวณหาจำนวน Pomodoro ได้ โดยการเทียบบรรญัติไตรยางค์ (ไม่รู้น้องๆ ยุคนี้ใช้คำไหนกัน 😅) เช่น 
- เมื่อ 25 นาทีคือ 1 Pomodoro ดังนั้น 60 นาที จะเท่ากับ 60/25 Pomodoros 
- ผมก็เลยสร้างสมการโดยการนำ  60/25  ไปคูณกับ CF Time Tracking ตัวอย่างเช่น จับเวลาทำงานได้ 1 ชั่วโมง 40 นาที หรือ 100 นาที ก็จะได้ 100/25 เท่ากับ 4 Pomodoros
ภาพ 3
**แต่การใช้วิธีนี้จะไม่สามารถตัด Pomodoro ที่ถูกรบกวนทิ้งไปได้ เพราะเกิดจากการคำนวณจากเวลาที่จับโดย ClickUp เว้นเสียแต่คุณจะลบเวลาช่วงนั้นทิ้งไป

เทคนิค Pomodoro ไม่เหมาะกับใคร

  • คนที่สามารถโฟกัสกับงานงานหนึ่งได้มากกว่า 25 นาทีโดยที่ไม่เหนื่อยล้า
  • คนที่รู้สึกว่าทำให้เสียสมาธิหากถูกรบกวนในเวลา 25 นาที เช่น
    • โปรแกรมเมอร์ที่สามารถนั่งโค้ดดิ้งได้นานๆ ต่อเนื่องหลายชั่วโมง และถ้าถูกรบกวนเมื่อไหร่จะต่อเนื่องได้ยาก
    • นักเขียนที่กำลังเข้าถึงภวังค์ในเนื้อหา แบบนี้ถ้าต้องพักทุกๆ 25 นาที ฟิลลิ่งในการเขียนคงหายหมด
  • คนที่มีเนื้องานไม่แน่นอน เช่น ทีมงานซัพพอร์ตต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าในแต่ละวันจะเจอกับปัญหาอะไร หรือใช้เวลาแต่ละงานเท่าไหร่

ข้อดีที่ผมพบกับตัวเอง

Pomodoro advantage
  • ไม่รู้สึกเหนื่อยล้ากับงาน อันนี้รู้สึกได้เด่นชัดเลย เพราะปกติผมชอบเร่งทำงานต่อเนื่องกันนานๆ จนสมองล้า
  • รู้สึกสนุกและมีความโฟกัสกับงานมากขึ้น
  • ช่วยให้ทบทวนสิ่งที่ทำอยู่ในช่วงสั้นๆ ส่งผลให้ไม่ทำอะไรผิดพลาดนานเกินไป ซึ่งก็คือไม่เกิน 25 นาที เพราะการที่ได้พัก 5 นาที พอกลับมาเริ่มงานต่อก็มักจะได้แง่คิดอะไรเพิ่มมา แม้ 5 นาทีนั้นไม่ได้คิดถึงงานเลยก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไอเดียในการปรับปรุงงานที่กำลังทำอยู่
  • ช่วงพักสามารถนำไปตอบคำถามหรือพูดคุยสั่นๆ กับคนในทีมได้ ช่วยให้งานต่อเนื่องไม่ต้องรอนาน
  • (เรื่องนี้บังเอิญเจอด้วยตัวเองครับ) หากคุณรู้สึกปวดเบาแต่ยังปวดไม่มาก สามารถเลื่อนไปช่วงพัก Pomodoro ถัดไปได้แบบไม่ต้องอั่นนาน เนื่องจากบางครั้งทำงานเพลินจนลืมเข้าห้องน้ำทำให้ถึงขั้นปวดท้องได้

สรุป

เห็นไหมครับว่า Pomodoro ไม่ใช่แค่เรื่องของการจับเวลาทำงานและเวลาพักอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้นมาก และถึงแม้เวลา 25 นาทีจะดูน้อยและเร็วเกินไป แต่ถ้าคุณทดลองดูคุณอาจจะเห็นว่า ในเวลาไม่ถึง 25 นาทีคุณก็วอกแวกแล้ว ดังนั้น การตั้งใจทำอะไรอย่างเดียวให้ได้ 25 นาที ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถ้าคุณสมาธิดีทำงานได้นานโดยไม่หลุดและไม่ล้า ผมว่าคุณผ่านเทคนิคนี้ไปเลยก็ได้ครับ

💗🍅ถ้าคุณได้ลอง คุณจะประหลาดใจว่า 25 นาทีแม้จะผ่านไปเร็ว แต่กลับโฟกัสงานได้มากขั้นกว่าเดิม และการพัก 5 นาทีในตอนแรกจะดูเหมือนเวลาพักหมดเร็ว แต่เมื่อทำไปได้สัก 2-3 วัน รู้ตัวอีกที คุณจะมายืนดูนาฬิกาให้หมด 5 นาทีเพื่อรอเริ่มงาน ขอให้สนุกกับเทคนิคใหม่ๆ ให้ Productive+ นะครับ💗🍅

สามารถอ่านบนความ รีวิวหนังสือที่ทำให้ผมรู้จักกันเทคนิค pomodoro ได้ที่ รีวิวสรุป หนังสือ The Productivity Project โปรเจกต์ลับคนไฟลุก มาอัปเกรดความ Productive กัน

👍บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *