สำหรับคนวัยใกล้จะ 40 อย่างผม การดูแลผิวหน้าที่ก่อนหน้านี้ละเลย แต่ด้วยตัวเลขอายุในตอนนี้และริ้วรอยที่อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ทำให้โดนบังคับด้วยกาลเวลาให้ต้องมาเริ่มดูแลตัวเองได้แล้ว และเพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นไปได้อย่างชิวๆ เราก็ต้องมีการวางแผนกันในเรื่องต่างๆ ตลอด ไม่เว้นแม้เรื่องครีมทาหน้า ซึ่งประเด็นที่ผมกังวลคือ ไม่อยากให้เจอวันที่อยู่ๆ ครีมที่ใช้ก็หมดและไม่มีใช้ต่อไป ซึ่งมันไม่ Productive เอาซะเลย เพราะมันสร้างภาระให้สมองกังวลโดยไม่จำเป็น แถมยังทำลายวินัยที่อุตส่าห์สร้างไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องเก็บสถิติ
สิ่งที่ผมว่าผู้ชายอย่างผมแตกต่างจากสาวๆ ที่ใช้เครื่องสำอางหรือครีมกันเป็นประจำคือ ความขี้เกียจในการทาครีม ผมเคยคุยกับน้องหุ้นส่วน น้องยังบอกว่า “ทำไม ไม่มีครีม หรืออะไรก็ได้ ที่แค่วางไว้ข้างๆ หมอนตอนนอน แล้วมันก็บำรุงให้เองเลย” เพราะจริงๆ แล้วผู้ชายไม่ได้ไม่อยากใช้ครีม แต่ขี้เกียจทาเสียมากกว่า เพราะมันไม่คุ้นชิน
ซึ่งในช่วงเริ่มต้นผมก็ไม่ชิน และสิ่งที่ทำให้เกิดความอยากทา หรือความสนุกในการใช้ครีมมากขึ้นคือ การเก็บสถิติ ด้วยความอยากรู้ว่า ขวดนี้ หรือ หลอดนี้ ใช้ได้กี่ครั้งกันนะ ซึ่งมันทำให้ลืมความขี้เกียจได้ดีระดับนึงเลยเพราะจะไปจดจ่อกับจำนวนที่จดเพิ่มในแต่ละวัน
โดยคุณอาจจะใช้การคาดการณ์หรือสอบถามคนที่เคยใช้ก็ได้ แต่จากการใช้เองแล้ว แต่ละคนทาครีมในปริมาณไม่เท่ากันเอาเสียเลย โดยเฉพาะผู้ชายที่เพิ่มเริ่มหัดดูแลตัวเอง จะใช้ปริมาณไม่เหมือนกับคนที่ใช้ครีมมานานแล้ว ดังนั้น การใช้เองจดบันทึกเองจึงเหมาะสมที่สุดครับ
เริ่มต้นจะใช้ครีมอะไรแนะนำให้ซื้อมา 2 ชิ้นไว้ก่อนนะครับ เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะต้องซื้อทุกๆ กี่วัน ซึ่งพอรู้แล้ว ชิ้นที่ 3 ขึ้นไปถึงรู้วันเวลาที่แน่ชัดในการวางแผนการซื้อ เพื่อไม่ให้ครีมหมดไปเสียก่อน
รู้จักกับ ClickUp Goals
Goals นั้นก็คือ การตั้งเป้าหมายบางอย่าง เพื่อเก็บสถิติความคืบหน้าจนกว่าจะทำสำเร็จ ซึ่งใช้ได้ทั้งในด้านการทำงาน และชีวิตส่วนตัว โดยจะใช้หลักการ OKRs ที่เป็นที่นิยมใช้กันในหลายองค์กรใหญ่ๆ เช่น Google ซึ่งพูดถึงไว้แล้วในบทความนี้ ClickUp ใช้แทน Apps อะไรได้บ้าง เพิ่ม Productivity ได้แค่ไหน แล้วประหยัดเท่าไหร่กัน ในหัวข้อ “การตั้ง Goals และ OKRs”
Key Results (KRs) หรือตัวชี้วัดผลสำเร็จ ClickUp จะเรียกว่า Target ซึ่งจะมี 4 ชนิด คือ
- Number – ตัวเลข (ซึ่งเราจะใช้นับจำนวนครั้งการใช้เครื่องสำอาง)
- True/False – คือใช้เก็บค่า สำเร็จ/ไม่สำเร็จ เหมาะกับเป้าหมายที่ต้องทำอะไรบางอย่างให้เสร็จ เช่น เป้าหมาย 1 สัปดาห์ ผมจะต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เสร็จ คือ
- เขียนบทความเกี่ยวกับ ClickUp 1 บทความ
- เขียนบทความแนว Productivity 1 บทความ
- ทำ Content ลง Youtube 1 คลิป
- ทำ Content ลง TikTok 1 คลิป
- โพส Banner ลง Facebook 3 โพส
- เป็นต้น
- Currency – ใช้เก็บจำนวนเงิน เหมาะกับเป้าหมายเช่น ยอดขาย
- Task – ใช้เก็บความคืบหน้าของงาน ว่าทำงานเสร็จครบทุก Task ตามเป้าหมายหรือยัง หรือจะเลือกมาเป็น List เพื่อวัดผลสำเร็จเมื่อทำงานครบทุก Tasks ใน Lists นั้นก็ได้
เริ่มสร้าง Goals
- ไปที่เมนู Goals

2. คลิก + NEW GOAL ที่มุมบนขวา
3. จากนั้นทำการกรอกข้อมูล
การกรอกข้อมูลนั้นจะต้องทำทีละขั้นตอนโดยการกดปุ่ม OK ✔ หรือกด Enter เพื่อไปกรอกข้อมูลถัดไป ดังภาพ

โดยข้อมูลที่ต้องกรอกทั้งหมดดังนี้
- ชื่อ Goal
- Owner – ชื่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเป้าหมายนี้ (ไม่กรอกก็ได้ครับ ถ้าใช้งานคนเดียว)
- Who has access to this Goal? – ใครเข้ามาจัดการ Goal นี้ได้บ้าง
- Is there a date this Goal should be completed by? – กำหนดวันเสร็จสิ้นเป้าหมาย
- Description – คำอธิบายเกี่ยวกับเป้าหมาย ซึ่งสามารถใส่รูปภาพไปได้ด้วย Slash Command ชื่อ /Attachment ซึ่งผมจะใส่ภาพของครีมตัวนั้นๆ ลงไปครับ ดังภาพตัวอย่าง


4. จากนั้นสร้าง Target โดยคลิกที่ Create a Target

จากนั้นทำการกรอกข้อมูล เช่น
- ชื่อ Target เช่น จำนวนครั้งการใช้งาน
- Owner – ผมเอง
- Type of Target – ชนิดของ Target ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว ซึ่งผมจะใช้ชนิด Number โดยเริ่มต้นคือ 0 ครั้ง คือยังไม่ได้ทาเลย และสูงสุดคือ 100 ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะถึงไหม แต่ตั้งเผื่อไว้ก่อน พร้อมกับตั้งหน่วยไว้ด้วยชื่อ “ครั้ง” ดังภาพ

5. เมื่อกด OK เราจะได้หน้าตา Goals ของเราดังนี้ครับ

ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ตามต้องการนะครับ โดยคลิกที่ … ที่อยู่ข้างๆ ชื่อเป้าหมายครับ

การบันทึกสถิติ
หลังจากเราสร้าง Goals เสร็จแล้วเมื่อมาที่หน้า Goals จะมี Goals ตามที่เราสร้างไว้ของผมมีครีม 2 ตัวที่จะทำการจดสถิติ ซึ่งจากภาพตัวอย่างผมจดไปได้สักพักแล้วครับ

จากนั้นเมื่อเราต้องการจดสถิติการใช้ครีมตัวไหน ให้เราคลิกไปที่ชื่อครีมตัวนั้นเลยครับ จากนั้นก็คลิกในบริเวณที่เป็นชื่อของ Target ที่เราตั้งไว้

จากนั้นเรากรอกจำนวนครั้งการใช้งานในช่องตัวเลขได้เลยครับ ถ้าคุณจดทุกครั้งที่ใช้ ก็กรอก 1 ไปได้เลยครับ แต่ถ้าคุณจดแค่วันละครั้ง แล้วใช้วันละ 2 รอบ ก็จด 2 ครับ

ซึ่งหากบางวันลืมจด ผมก็จะมาโน๊ตไว้ว่า เป็นการใช้ของวันไหนเท่าไหร่ดังตัวอย่างครับ

โดยเราก็จะเห็นประวัติการบันทึกสถิติได้ที่หน้าแรกครับ

สรุป
ในเรื่องการบันทึกสถิติด้วย ClickUp Goals เพื่อนับจำนวนการใช้งาน ก็มีสิ่งที่คาดไม่ถึงสำหรับมือใหม่หัดใช้ครีมอย่างผม ก็คือลืมทาครีมครับ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นใช้งาน (แม้จะตั้งเวลา แต่ถ้าเผลอกดปิดหรือยังอยู่นอกบ้าน กลับมาก็ลืมอยู่ดี) ซึ่งประวัติการบันทึกก็มีส่วนช่วยให้เราเห็นได้ชัดครับว่าเราลืมไปแล้วกี่วัน หรือทาจริงๆ กี่วัน ซึ่งจุดนี้จะเอาไว้ดูผลประสิทธิภาพของครีมได้ครับ เพราะครีมบางอย่างบอกว่าเห็นผลใน 14 วัน แต่เรายังไม่เห็นผลเราก็อาจจะโทษครีมไปก่อน แต่พอมาดูประวัติแล้ว เรายังไม่เคยใช้ติดต่อกับจริงๆ ถึง 14 วันเลย แม้จะทามาแล้วเป็น 30 วันก็ตาม เพราะลืมไปซะหลายวันนั่นเอง 😂
สุดท้ายนี้คุณคงจะเห็นประโยชน์ของ Goals ที่นำมาใช้กับเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวันกันแล้วนะครับ ซึ่งก็สามารถดัดแปลงไปใช้งานได้อีกหลากหลายตามความต้องการเลยครับ หรือหากคุณมีไอเดียอะไรอยากแชร์ หรือ อยากให้ช่วยคิด ก็เม้นลงใต้บทความนี้ได้เลยนะครับ
(อัปเดต: เมื่อได้วันที่ใช้เครื่องสำอางมาแล้ว ต่อไป ก็ต้องตั้งวันเวลาเพื่อซื้อของก่อนที่จะหมด ซึ่งตอนนี้ผมเพิ่มบทความการใช้ ClickUp Recurring Task สำหรับแจ้งเตือนวันที่ต้องสั่งซื้อสินค้าไว้แล้วนะครับ อ่านต่อกันได้เลย 😄 )









แบบนี้เราเอามาบันทึกการรับประกันของอุปกรณ์ไฟฟ้าก็ได้ไหมคะ หรือเราจะเอามาทำไว้ในส่วน inventory list เหมาะสมกว่า
ใช้ใน inventory list จะเหมาะกว่าครับ แล้วสร้าง Custom Field สำหรับเก็บวันที่หมดประกัน หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาครับ