Skip to content
Home    »   รวมบทความเกี่ยวกับ Productive Life และการใช้ ClickUp    »   ClickUp To Go ( tutorial / วิธีใช้ )    »   ClickUp Templates    »   ClickUp Template ช่วยทำ Time Blocking – โฟกัสได้ถูกงาน ถูกเวลา และจัดสรรงานได้อย่างสมดุลตลอดวัน

ClickUp Template ช่วยทำ Time Blocking – โฟกัสได้ถูกงาน ถูกเวลา และจัดสรรงานได้อย่างสมดุลตลอดวัน

clickup template 24 hours schedule

คุณเคยทำงานไม่ทันแล้วต้องอยู่ทำงานต่อหลังเลิกงานกันบ้างไหมคะ มลนี่บ่อยเลยค่ะ บางทีเจองานด่วนแทรกมาให้ทำก่อน ซึ่งระหว่างทำงานด่วนก็ไม่ค่อยมีสมาธิเพราะสมองยังคิดถึงงานที่ทำค้างไว้ทำให้เกิดความกังวลจนไม่มีสมาธิส่งผลเสียให้ทำงานไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น แล้วพอทำเสร็จจะกลับไปทำงานที่ค้างไว้ก็จำไม่ได้ว่าทำงานถึงตรงส่วนไหนแล้ว หรือหากเคยโน๊ตว่าทำงานถึงส่วนไหนในกระดาษโน๊ตก็ดันหากระดาษไม่เจอเสียอีก ที่สำคัญคือช่วงที่จะกลับมาทำงานที่ค้างไว้ก็มักจะเลยเวลาเลิกงานเกือบทุกครั้ง ซึ่งถ้าเราไม่อยู่ทำงานต่อ (หรือหอบงานกลับมาทำที่บ้าน) ก็จะทำให้ส่งงานไม่ทันกำหนดส่งเสียอีก ตอนช่วงนั้นชีวิตวุ่นวายมากค่ะ

ซึ่งตอนนี้มลได้มาเจอ ClickUp Template ตัวนึงที่ชื่อว่า 24 hours schedule ที่ตอบโจทย์สิ่งที่มลประสบมาข้างต้นค่ะ เนื่องจากเจ้าเทมเพลตตัวนี้ช่วยให้มลติดตามความคืบหน้าของงานที่เราทำได้ และช่วยให้เรารู้ว่าตอนนี้เราเหลือเวลาเท่าไหร่ในแต่ละงาน ทำถึงตรงไหนก็โน๊ตไว้ได้ไม่ต้องกลัวหาย แถมยังใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากอีกด้วยค่ะ

สารบัญ

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อโฟกัสผิดงาน ผิดเวลา

โดยส่วนมากวันๆ หนึ่งเรามักจะทำงานกันมากกว่า 1 งาน ซึ่งงานในที่นี้มลหมายถึง ทุกงานที่เราต้องทำในแต่ละวัน อย่างเช่น ไปส่งเอกสารฝ่าย xx, เตรียมเอกสารประชุมกับหัวหน้า, ไปพบลูกค้า A, เตรียมสินค้า, จัดห้องประชุม, นัดหมายการประชุม เป็นต้น ซึ่งหากเรามีเพื่อนร่วมงาน ก็อาจจะมีงานที่เพื่อนมาขอให้ช่วย หรืองานที่เพื่อนมอบหมายให้เราทำ

นอกจากงานที่เป็นอาชีพที่เราต้องรับผิดชอบแล้ว ยังมีงานอีกแบบซึ่งเรามักจะมองว่าไม่ใช่งาน แต่จริงๆ แล้วก็คือ งาน นั่นคือ กิจกรรม (Activity) ต่างๆ ที่เราทำ ตัวอย่างเช่น ตื่นนอน, กินข้าว, ทำงานอดิเรก, ออกกำลังกาย, พาพ่อแม่ไปตรวจสุขภาพ, สอนลูกทำการบ้าน, เล่นกับลูก, กลับบ้านต่างจังหวัด เป็นต้น (งานคือ สิ่งหรือกิจกรรมที่ทำ อ้างอิงจาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔)

ซึ่งหากเราไม่วางแผนงานของวันนั้นให้ดี หรือโฟกัสผิดงาน ผิดเวลา ก็อาจส่งผลให้งานที่เรารับผิดชอบค้างคา หรือทำไม่เสร็จตามกำหนดส่ง ตัวอย่างเช่น

  • เรามีงาน A ที่จะต้องส่งพรุ่งนี้เช้า แต่เราไปทำงาน B ที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้วางแผนไว้ก่อนว่าจะทำงานไหนก่อนหรือหลัง หรือ เพราะว่างาน B เราคิดออกเลยเลือกทำก่อน อันนี้คือทั้งโฟกัสผิดงาน และทำผิดเวลา
  • เรามีงาน D ที่จะต้องส่งบ่ายนี้ แต่ตอนเช้าเกิดเรื่องฉุกเฉินต้องพาพ่อไปรพ.ด่วน ส่งผลให้ทำงานเสร็จไม่ทันตอนบ่าย อันนี้ก็เป็นการโฟกัสผิดงานและผิดเวลาเช่นกัน เพราะการพาพ่อไปตรวจสุขภาพก็เป็นงานๆ หนึ่ง หากเรามัวแต่ยุ่งกับงานที่เป็นอาชีพ จนลืมพาพ่อไปตรวจสุขภาพ เราก็จะไม่รู้ว่าพ่อมีสิทธิที่จะป่วย ทำให้พ่อไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้พ่อป่วยเรื้อรังจนร่างกายไม่ไหวและแสดงอาการออกมา เราจึงต้องพาพ่อไปรพ.ด่วน ( ซึ่งตรงกับหลักการจัดความสำคัญงานที่ว่า “งานสำคัญแต่ไม่ด่วน ถ้าไม่ทำจะกลายเป็นสำคัญและด่วนสุดๆ ในภายหลัง” )

และหากเราโฟกัสผิดงาน หรือทำผิดเวลาไปเรื่อยๆ มันก็จะส่งผลเสียและปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น

  • ทำงานไม่มีสมาธิ เพราะมีความกังวลกับงานที่ทำค้างไว้
  • ทำงานเสร็จไม่ทัน จนต้องทำงานล่วงเวลา หรือหอบงานกลับมาทำที่บ้านต่อ จนส่งผลให้เราไม่ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เช่น เล่นกับลูก หรือ สอนการบ้านลูก เพราะเรามัวแต่เครียดเรื่องงานที่ทำไม่เสร็จ และอาจได้รับผลกระทบได้แก่
    • เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล
    • ภาวะหมดไฟ
    • ภาวะซึมเศร้า
  • ทำงานเยอะเกินไป จนลืมให้เวลาตัวเอง ลืมดูแลตัวเอง เช่น
    • กินข้าวผิดเวลา ส่งผลเสียในระยะยาวคือ เป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง
    • นอนหลับไม่เพียงพอ เพราะมัวแต่ปั่นงานให้เสร็จทันส่ง ส่งผลให้ไม่กระปรี้กระเปร่า หากทำบ่อยๆ ร่างกายจะอ่อนแอ ไม่มีภูมิต้านทานโรค
    • ไม่ได้ออกกำลังกาย มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง Non-communicable diseases (NCDs) ได้แก่ โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ, โรคอ้วน เป็นต้น (อ้างอิง คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล)
    • ลืมไปตรวจสุขภาพ จนส่งผลเสียในภายหลัง คือ เป็นโรคใดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ทำไมต้องใช้ 24 hours schedule template

  • ช่วยให้โฟกัสถูกงาน และทำงานเสร็จทันกำหนดส่ง รวมถึงทำให้รู้ว่าตอนนี้ควรหรือไม่ควรรับงานเพิ่มหรือยังไม่ควรไปช่วยงานของเพื่อนร่วมงานหากงานเดิมยังทำไม่เสร็จ เนื่องจากเรารู้ตารางงานที่แน่นอนของเราเอง
  • ช่วยสร้างปริมาณงานที่สมดุลสำหรับตัวเราเองตลอดทั้งวัน เพราะตอนที่เราใช้เทมเพลตตัวนี้ เราจะเห็นว่าใน 1 วันเราทำงานเยอะหรือน้อยเกินไป ซึ่งเราสามารถปรับเวลาให้เหมาะสมกับตัวเราได้ตามต้องการ
  • ช่วยให้ง่ายต่อการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของงาน เช่น งานกำหนดส่งวันนี้บ่ายจะมีความสำคัญคือ ด่วน (Urgent) ในขณะที่งานกำหนดส่งอาทิตย์หน้าจะมีความสำคัญคือ ปกติ (Normal) เป็นต้น
  • ช่วยให้เรารู้ว่า ณ เวลานั้น เราเหลือเวลาเท่าไหร่ในการทำงานๆ นั้น ซึ่งช่วยทำให้เราตื่นตัวและไม่เผลอไปให้ความสนใจเรื่องอื่นที่ไม่สำคัญ
  • ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

เริ่มต้นใช้งาน Template

ติดตั้ง Template

1. สร้าง Template ด้วยช่องทาง Space ใน Space ที่คุณต้องการ โดยค้นหา Template ด้วยคำว่า 24 hours schedule และทำการติดตั้ง Template

24 hours schedule template

2. หลังทำการติดตั้งเสร็จ เราจะเห็นหน้าตาของ Template ดังภาพ

24 hours schedule template display

Views

หลังจากติดตั้ง Template เรียบร้อยแล้ว คุณจะเห็น Pinned views ที่ตัว Template ได้มีการปักหมุด Views ไว้ โดยมีทั้งหมด 3 views เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมาคอยทำการ Filter ทุกครั้งที่เข้ามาดู ได้แก่

Daily Calendar

เป็น Calendar View ที่แสดงงานหรือกิจกรรมทั้งหมดของเราที่ได้วางแผนไว้ โดยใช้ Status (สถานะการดำเนินการ) เป็นตัว Filter ซึ่ง Status แต่ละอันจะแสดงสีที่แตกต่างกัน คือ

  • สีเทา = To Do ต้องทำ
  • สีม่วง = In Progress กำลังดำเนินการ
  • สีแดง = Unfinished ไม่เสร็จ
  • สีเขียว = Complete เสร็จสมบูรณ์
Daily Calendar View

Tasks List

เป็น List view ที่แสดงงานทั้งหมดที่คุณวางแผนไว้สำหรับวันนั้น จัดเรียงและจัดกลุ่มตาม Due date (วันที่ครบกำหนด) และแสดงข้อมูลได้แก่

  • ชื่องาน/ชื่อกิจกรรม (Name)
  • สถานะของงาน/กิจกรรม (Status)
  • ลำดับความสำคัญของงาน/กิจกรรม (Priority)
  • วันที่เริ่มงาน (Start date) และ วันที่ครบกำหนด (Due date)
  • ประเภทของงาน/กิจกรรม (Task Type) เช่น งาน (Work), เรื่องส่วนตัว (Personal)
  • โน๊ตสำคัญ (Important Notes) สำหรับงาน/กิจกรรม นั้นๆ
  • การแสดงความรู้สึกต่องาน/กิจกรรม นั้นๆ (Feeling Good!) เป็นเสมือนการที่เราให้คะแนนตัวเอง เช่น งาน A ทำได้ไม่ค่อยดี เราอาจจะให้คะแนนตัวเองแค่ 3 นิ้วโป้ง แต่งาน B เราทำได้ดีเกินคาด ก็อาจจะให้คะแนนตัวเอง 5 นิ้วโป้ง เป็นต้น (คำแนะนำ: ถ้าทำได้ดีก็สามารถจดชมตัวเองลง Journal ได้ หรือ ถ้าทำได้ไม่ดีนักก็จดปัญหาและทางแก้ไขลงไปเพื่อปรับปรุงในอนาคต)
Tasks List view
แนะนำให้ใช้ Tasks ที่ Template ให้มา หากคุณมีกิจวัตรที่ตรงกันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสร้าง Task ใหม่ ช่วยให้คุณใช้งาน Template ได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

Completed Tasks

เป็น List view ที่แสดงงานทั้งหมดที่มีสถานะ Complete (เสร็จสมบูรณ์) จัดเรียงและจัดกลุ่มตาม Due date และแสดงข้อมูลได้แก่

  • ชื่องาน/ชื่อกิจกรรม (Name)
  • วันที่เริ่มงาน (Start date) และ วันที่ครบกำหนด (Due date)
  • ลำดับความสำคัญของงาน/กิจกรรม (Priority)
  • ประเภทของงาน/กิจกรรม (Task Type) เช่น งาน (Work), เรื่องส่วนตัว (Personal)
  • โน๊ตสำคัญ (Important Notes) สำหรับงาน/กิจกรรม นั้นๆ
  • การแสดงความรู้สึกต่องาน/กิจกรรม นั้นๆ (Feeling Good!)

จากภาพด้านล่างจะเห็นว่า หน้า Completed Tasks มีรายการที่เป็นกลุ่มสถานะ Done💡 จำนวน 17 รายการ ซึ่งทุกรายการมีสถานะ Complete เสร็จสมบูรณ์ (ไอคอนเครื่องหมายถูกสีเขียว ✅ ที่อยู่ข้างหน้าชื่องาน/กิจกรรม)

Completed Tasks view
💡 คำว่า "กลุ่มสถานะ" ที่ได้พูดถึงในย่อหน้าก่อนหน้านั้นมีความหมายต่างกับ สถานะทั่วๆไป
โดย กลุ่มสถานะ จะมีด้วยกัน 3 กลุ่มคือ
1. Active - กลุ่มสถานะงานที่รอให้ทำ เช่น TO DO และงานที่ได้เริ่มทำอะไรบางอย่างไปแล้ว เช่น IN PROGRESS, EDITING, REVIEWING, WAITING, Etc.
2. Done - กลุ่มสถานะงานที่งานนั้นจบไปแล้ว ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เช่น UNFINISHED หรือ COMPLETED นอกจากนี้งานในกลุ่ม Done จะไม่ถูกแสดงผลหรือจัดกลุ่มในเรื่องของ Due date อีกต่อไป
3. Closed - มีความหมายเหมือน Done แต่จะถูกซ่อนไว้จากหน้า View หากต้องการเห็นสามารถคลิก Show Closed ที่ Filters bar
ภาพ 1
ตัวอย่างงาน UNFINISHED เช่น Task คือ "เข้าประชุมตอน 15:00 น. ถึง 15:20 น." แต่ถึงเวลารถติดไม่สามารถเข้าประชุมได้ทัน งานนั้นก็นับว่าจบไปแล้วแต่เราทำไม่สำเร็จนั่นเอง
**สามารถตั้งค่าสถานะให้อยู่กลุ่มที่ต้องการได้ที่
. . . -> List settings -> List statuses
image 78
แต่ถ้าหากคุณต้องการให้กลุ่มสถานะชัดเจนกว่านี้ สถานะ TO Do ก็ควรอยู่ในกลุ่มสถานะ Not started เนื่องจากเป็นกลุ่มสถานะที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรแต่จำเป็นต้องทำ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการเปิดใช้งาน ClickApp ที่ชื่อ Not Started Status Group ซึ่งเมื่อทำการเปิดใช้งานแล้วจะเป็นดังภาพด้านล่าง

เนื่องจากหน้า Completed Tasks มีการ Filters ให้แสดงผลเฉพาะงานที่อยู่ในกลุ่มสถานะ Closed ดังภาพ

ภาพ

ทำให้ไม่แสดงสถานะ Unfinished (ไม่เสร็จ) เหมือนกับหน้า Tasks List

image 4

จัดสรรงานกันเถอะ

หลังจากที่คุณรู้จักกับหน้าตาของ Template กันแล้ว ในหัวข้อนี้เราจะมาสร้างรายการที่ต้องทำกันค่ะ โดยมลจะสอนสร้าง Task งาน/กิจกรรมใน ClickUp ค่ะ ส่วน Task ตัวอย่างที่มีมาพร้อมกับตัว Template คุณจะแก้ไข หรือจะลบทิ้งก็ได้ค่ะ

ซึ่งมลจะสร้าง Task ใน View ที่ชื่อ Daily Calendar เนื่องจาก View นี้แสดงผลในรูปแบบตารางเวลาทำให้เราเห็นภาพว่า แต่ละงานเราใช้เวลาเท่าไหร่ และเหลือเวลาเท่าไหร่

สร้างรายการ (งาน/กิจกรรม) ที่ต้องทำ

ก่อนอื่นเรามาสร้าง Task (งาน/กิจกรรม) กันก่อนนะคะ
(ต่อไปนี้ งาน/กิจกรรม ที่ถูกสร้าง มลจะเรียกว่า Task นะคะ)

1. คลิกที่ช่วงเวลาของงานที่เราจะสร้าง Task ดังภาพ

image 7

2. กรอก ชื่องาน/ชื่อกิจกรรม ในช่อง Task name or “/” for commands

image 6

3. คลิก Save

image 14

จะแสดงผล ดังภาพ

image 15

ทั้งนี้ รูปด้านบนเป็นการคลิกเลือกช่วงเวลาเดียว คือ 30 นาที
แต่ถ้าเราต้องการสร้าง Task ที่มีช่วงเวลามากกว่า 30 นาที ให้ทำการคลิกค้างที่ช่วงเวลาเริ่มต้นแล้วลากลงมาจนถึงช่วงเวลาสิ้นสุด ดังภาพ

image 16

วิธีแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้กับรายการที่สร้าง (Task)

หลังจากเราสร้าง Task งานของเราแล้ว แต่ว่าในแต่ละวันเรามีสิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่งานเพียงอย่างเดียว ถูกไหมคะ? ดังนั้น เทมเพลตนี้จึงออกแบบตัวที่จะช่วยให้เราแยกออกว่า Task ไหนคือ งาน และ Task ไหนคือ เรื่องส่วนตัว ซึ่งก็คือ Custom Field ที่ชื่อว่า Task Type นั่นเองค่ะ

1. คลิกที่ Task

click task to set task type

2. คลิกที่แท็บ Detail

image 10

3. ที่หัวข้อ Task Type ให้คลิกที่
เพื่อเลือกประเภทของงาน/กิจกรรม ให้กับ Task ที่เรากำลังสร้าง

image 9

ซึ่งตัวเทมเพลตจะมีประเภทมาให้เราเลือก 3 ประเภท คือ Work, School และ Personal ดังภาพ

option task type

4. คลิกเลือก Task Type ที่เราจะใส่ให้กับ Task
อย่างเช่น Task ที่มลสร้างนี้ ชื่อว่า ประชุมฝ่าย ซึ่งประเภทของกิจกรรมนี้ คือ งาน
ดังนั้นจึงเลือก Task Type คือ Work ค่ะ

image 13

ที่หน้า Daily Calendar จะแสดงผล ดังภาพ

image 21

วิธีสร้าง Task เรื่องส่วนตัวที่ทำทุกวันด้วยการสร้างแค่ครั้งเดียว!

ตามที่มลกล่าวถึงในหัวข้อก่อนหน้าว่าในแต่ละวันเราต่างก็มีเรื่องส่วนตัวที่ต้องทำกันเป็นประจำเริ่มตั้งแต่ตื่นนอน, ทำกิจวัตรประจำวัน, ทานข้าว, เดินทางไปทำงาน ฯลฯ ยังไม่รวมเรื่องส่วนตัวที่ไม่ได้ทำประจำวัน แต่อาจจะเป็นประจำเดือน หรือทุกๆ 3 เดือน หรือทุกๆ ปี อย่างเช่น

  • การไปตรวจสุขภาพตัวเองหรือพาคุณพ่อคุณแม่ไปตรวจสุขภาพทุกปี
  • การพาคุณพ่อที่เป็นโรคเบาหวานไปพบหมอตามนัดทุกๆ 3 เดือน
  • การพาคุณแม่ที่เป็นโรคความดันสูงไปพบหมอและรับยาทุกๆ เดือน
  • การต่ออายุกรมธรรม์และประกันภัยรถยนต์ทุกๆ ปี
  • การต่ออายุใบขับขี่ทุกๆ 5 ปี

ซึ่งหากทุกวันคุณต้องมาคอยสร้าง Task ทีละอันๆ คงจะขี้เกียจและเซ็งแย่เลยใช่ไหมคะ? ดังนั้น เรามาจัดการทำให้เหลือเพียงแค่สร้างครั้งเดียวกันค่ะด้วยการตั้งค่า Recurring ให้กับ Task

1. คลิกเปิด Task ที่เป็นเรื่องส่วนตัว หรือ Task Type : Personal

image 69

2. ที่หัวข้อ Dates คลิกที่เวลา ดังภาพ

image 70

3. คลิกที่ Set Recurring ซึ่งหัวข้อนี้คือการตั้งค่าให้สร้าง Task ซ้ำตามช่วงเวลาที่เรากำหนดอีกรอบหรือ xx รอบค่ะ (ตามที่เรากำหนด) เช่น สร้างซ้ำทุกวัน ช่วง 05.00 – 06.00 am. เป็นต้น

image 71

4. คลิกที่ Weekly เพื่อที่เราจะไปเลือกว่าเราจะกำหนดช่วงเวลาซ้ำแบบใด

image 72

เมื่อคลิกแล้ว เราจะเห็นว่ามีตัวเลือกมาให้แล้ว ดังภาพ

image 73

ซึ่งมีทั้งหมด 6 รูปแบบได้แก่

  • Daily = ทำซ้ำทุกวัน
  • Weekly = ทำซ้ำทุกสัปดาห์
  • Monthly = ทำซ้ำทุกเดือน
  • Yearly = ทำซ้ำทุกปี
  • Days after… = ระบุว่าให้ทำซ้ำอีกครั้งหลังจากกี่วันที่ Task นั้นเสร็จ
  • Custom = กำหนดวันทำซ้ำแบบระบุวันในสัปดาห์ เช่น ทุกๆ วันจันทร์ หรือทุกๆ วันอังคารและศุกร์ เป็นต้น ดังภาพด้านล่าง
image 74

ซึ่งจากตัวอย่าง Task ที่มลกำลังจะตั้งค่าให้มีการสร้าง Task ซ้ำ คือ “ตื่นนอนและทำกิจวัตรประจำวัน” ซึ่งงานนี้เป็นงานที่ทำเป็นประจำทุกวัน มลจึงเลือกการตั้งค่าเป็น Daily ดังภาพ และคลิก Save เพื่อบันทึกการตั้งค่าค่ะ

image 76

และเมื่อเราคลิกที่ Dates อีกครั้ง จะเห็นคำว่า Recurs everyday นั่นแปลว่าเราตั้งค่า Recurring เสร็จแล้วค่ะ

image 77

วิธีจัดลำดับความสำคัญของรายการที่ต้องทำ

หลังจากเราแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจนและตั้งค่าให้สร้าง Task สำหรับงานที่ทำซ้ำทุกวันแล้ว ทีนี้ก็มาถึงการจัดลำดับความสำคัญค่ะ อย่างที่มลกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ว่า หากเราไม่ได้วางแผนว่างานไหนควรทำก่อนหรือหลังก็จะส่งผลเสียต่อตัวเรามากมาย ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากเลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่องงานเราสามารถเอาวัน/เวลากำหนดส่งเป็นเกณฑ์ตัดสินใจได้เลย ซึ่งก่อนอื่นเรามาดูภาพรวมกันก่อนค่ะเพื่อจัดลำดับความสำคัญ

image 22

จากภาพด้านบนจะเห็นว่ามีงาน (Task) เรียงตามเวลาแล้ว คุณอาจจะงงว่าแล้วทำไมต้องจัดลำดับความสำคัญอีก งานด่วนก็ทำก่อนก็ถูกแล้วนี่? คำตอบก็คือ เพื่อเป็นการเตือนตัวเราเองก่อนทำงานหรือในขณะทำงานค่ะ

ยกตัวอย่างจากภาพด้านบนเลยก็คือ งานที่สำคัญที่สุดของวันนี้เมื่อคุณมาถึงที่ทำงานคือการเตรียมเอกสารประชุม หากมีเพื่อนร่วมงานของคุณมาขอให้ช่วยงานระหว่างที่คุณกำลังทำงานนี้อยู่แล้วคุณไปช่วย คุณก็จะทำงานนี้ไม่ทันใช่ไหมคะ?

แต่ถ้าหากคุณจัดลำดับความสำคัญไว้แล้ว ก่อนจะเริ่มงานคุณจะตระหนักรู้แล้วว่างานนี้สำคัญและส่งผลเสียแค่ไหนหากทำไม่เสร็จ ซึ่งความตระหนักรู้นี้จะทำให้คุณมีความแน่วแน่และมีสมาธิในการทำงานของคุณมากขึ้น เมื่อมีงานที่ไม่สำคัญมาแทรกระหว่างทำงาน คุณก็มีเหตุผลที่หนักแน่นและเพียงพอในการปฎิเสธงานนั้นโดยไม่ทำลายความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานของคุณด้วยค่ะ

ทีนี้ เรามาเรียงลำดับความสำคัญของงานจากภาพด้านบนกันค่ะ โดยเรียงลำดับจากมากสุดไปน้อยสุดของงานที่ต้องทำทั้งหมดได้ดังนี้

  • เตรียมเอกสารประชุม
  • ประชุมฝ่าย
  • งาน A ส่งก่อน 4 โมงวันนี้
  • งาน B ส่งพรุ่งนี้เช้า

เมื่อเราจัดลำดับความสำคัญได้แล้ว ก็ไปจัดการตั้งค่ากันเลยค่ะ

1. คลิกที่ Task

 click task to set priority

2. ที่หัวข้อ Priority คือ การจัดลำดับความสำคัญของ Task นั้นๆ ค่ะ ให้คลิกที่ Empty ดังภาพ

image 24

จากภาพด้านล่าง จะเห็นว่ามีลำดับความสำคัญ 4 ลำดับแบ่งตามสี คือ

  • สีแดง = Urgent (ความสำคัญเร่งด่วน) ➡️ ต้องทำเสร็จเดี๋ยวนี้
  • สีเหลือง = High (ความสำคัญสูง) ➡️ ต้องทำเสร็จเร็วที่สุด
  • สีม่วง = Normal (ความสำคัญปกติ) ➡️ ทำหลังจากงาน 2 ลำดับบนทำเสร็จแล้ว
  • สีเทา = Low (ความสำคัญต่ำ) ➡️ ทำหลังจากงาน 3 ลำดับบนทำเสร็จแล้ว
image 25

3. คลิกเลือก Priority
จากตัวอย่างด้านบนจะเห็นว่า การเตรียมเอกสารประชุม ต้องทำเสร็จเดี๋ยวนี้ เพราะเดี๋ยวจะต้องเข้าประชุมแล้ว จึงเลือก Priority คือ Urgent ค่ะ เพียงเท่านี้ก็เสร็จจากการตั้งค่า Priority แล้วค่ะ

image 26

เมื่อคุณตั้งค่าเสร็จและปิด Task แล้ว จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าที่ Daily Calendar View ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมคะ?

image 22

นั่นเป็นเพราะว่าเรายังไม่ได้ตั้งค่าให้หน้านี้แสดง Priority ค่ะ ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าได้ดังนี้

1. คลิกที่ปุ่ม Customize

setting priority display

2. คลิก Fields

image 51

3. คลิกเปิดการตั้งค่าที่หัวข้อ Priority ค่ะ

image 52

เมื่อคลิกแล้วจะเป็นดังภาพ

image 53

4. คลิก Save

image 54

จากนั้นคลิกปุ่ม Save ดังภาพค่ะ

image 55

หลังจากตั้งค่าเสร็จ คุณจะเห็น Priority ที่หน้า Daily Calendar View ดังภาพค่ะ

image 56

ถึงตอนนี้คุณจะสังเกตเห็นว่า Task บางอันเห็น Priority ไม่เต็ม ดังภาพใช่ไหมคะ?

image 57

หากคุณต้องการให้แสดง Priority ให้คุณเห็นเต็มๆ เราสามารถตั้งค่าได้ดังนี้ค่ะ

1. คลิกที่ปุ่ม Customize แล้วคลิกที่หัวข้อ Calendar options

image 58

2. คลิกที่ปุ่มปิดการใช้งานของหัวข้อ Hour grid lines ดังภาพ

image 59

เมื่อคลิกปิดแล้วจะเป็นดังภาพด้านล่าง จากนั้นคลิกปุ่ม Save ค่ะ

Disable Hour grid lines - Daily Calendar view

เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว คุณจะเห็นการแสดงผลดังภาพด้านบน ซึ่งตอนนี้คุณจะเห็น Priority เต็มๆ ชัดๆ ทุก Task แล้วดังภาพ

image 61

หากคุณสังเกตจะเห็นว่า ตัวเลขเวลาตรงด้านซ้ายหายไปดังภาพด้านล่าง เนื่องจากเราได้ทำการปิดการใช้งาน Hour grid lines (เส้นตารางชั่วโมง) ไปแล้วนั่นเองค่ะ

before - after Disable Hour grid lines

ถึงแม้ตัวเลขเวลาที่ด้านซ้ายมือหายไป ก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ คุณยังสามารถดูเวลาของแต่ละ Task ได้ที่ใต้ชื่อ Task ดังภาพค่ะ

Time display under Task name

จะรู้ได้อย่างไรว่าทำเกินเวลาที่คำนวณไว้หรือไม่

งานบางอย่างเราอาจจะรู้เวลาทำและเวลาเลิกชัดเจน อย่างเช่น งานประชุม แต่ถ้าเป็นงานอื่นเราอาจจะต้องคำนวณเวลาทำงานเองว่าจะทำเสร็จทันหรือไม่ อย่างมลเองช่วงแรกๆ ก็เคยลองคำนวณค่ะ แบบไม่รู้ว่างานชิ้นนี้จะทำเสร็จเมื่อไหร่ และคิดเอาเองว่า 1 ชม.เสร็จ แต่เอาเข้าจริงดันใช้เวลาทำไป 3 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้ทำงานเสร็จช้า หรือเพราะเรายังแตกย่อยงานไม่เล็กพอที่จะคำนวณเวลาได้ถูกต้อง

ซึ่งหากเราไม่เคยวางแผนงาน เราก็จะลืมเรื่องทำเกินเวลาที่เราคิดๆ ไว้ แล้วพอมาทำงานที่ลักษณะคล้ายแบบเดิมอีกครั้ง ก็จะคำนวณเวลาผิดอีก และกลับกลายเป็นว่าเราทำงานเพิ่มขึ้นหรือทำงานหนักขึ้น (ในความคิดของเรา) ทั้งๆ ที่จริงแล้วหากเราวางแผนงานเอาไว้ เราจะรู้เลยว่าแต่ละวันเราทำงานได้กี่อย่าง

ดังนั้นหลังจากที่เราจัดลำดับความสำคัญให้กับงานแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การคำนวณระยะเวลาคร่าวๆ (Time Estimate) ที่เราจะทำเสร็จค่ะ ซึ่งในการคำนวณช่วงแรกๆ อาจจะทำงานเสร็จหรือไม่เสร็จตรงตามที่เราคำนวณ แต่หลังจากนั้นหากเราต้องทำงานลักษณะคล้ายๆ แบบเดิมอีก เราจะมีฐานข้อมูลซึ่งก็คือเวลาที่เราเคยคำนวณไว้แล้วเอามาประกอบการคำนวณในครั้งใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เราคำนวณได้แม่นยำยิ่งขึ้น และทำให้เราจัดสรรงานที่ต้องทำได้อย่างสมดุลค่ะ

1. เปิด Task ที่ต้องการใส่เวลาที่คำนวณคร่าวๆ แล้วคลิกที่ Empty ของหัวข้อ Time Estimate ดังภาพ

image 30

2. กรอกระยะเวลาที่คำนวณ ในช่อง Type in time ดังภาพ

image 31

หากกรอกเป็นจำนวนนาที ให้ต่อท้ายตัวเลขด้วย m หากเป็นจำนวนชั่วโมงให้ต่อท้ายด้วย h ค่ะ

image 32

มลกรอก 1h20m ระบบจะแสดงให้เราเห็นระยะเวลาที่เรากรอกดังภาพด้านบนค่ะ แล้วกดปุ่ม Enter ค่ะ

ระบบจะแสดงผลดังภาพ

image 33

เก็บไฟล์แนบ และ รายละเอียดที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร

บางครั้งเราจำเป็นจะต้องเปิดดูข้อมูลประกอบในการทำงาน/กิจกรรม พูดถึงงานคุณคงเห็นภาพได้ไม่ยาก แต่หากพูดถึงกิจกรรมที่คุณวางแผนทำในแต่ละวัน คุณอาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจน งั้นขอให้คุณลองนึกถึงว่าคุณสร้าง Task วางแผนพาคุณพ่อไปหาหมอตามนัด คุณจะจำได้ไหมคะว่า ต้องไปที่ตึกใด และชั้นไหน เบอร์ติดต่อเบอร์อะไร (ใช้ติดต่อกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยทำให้ถึงรพ.ช้ากว่าเวลานัดหมาย)

รายละเอียดพวกนี้มักจะอยู่ในใบนัดหมาย แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าเรามีสำรองเก็บไว้อีกที่นึงด้วย (ไม่ต้องกังวลว่าจะทำใบนัดหมายหาย หรืออยู่ๆ ก็ลืมว่าเก็บไว้ที่ไหน) หากคุณตอบว่า ก็ถ่ายรูปเก็บไว้แล้ว แต่คุณอย่าลืมว่า วันๆ นึงคุณไม่ได้ถ่ายรูปแค่ใบนัดเพียงรูปเดียว เรายังถ่ายรูปอาหาร รูปวิว หรือมีรูปสลิปตอนที่เราชำระเงิน ฯลฯ แล้วพอถึงวันนัดไปหาหมอ คุณพอจะเห็นภาพไหมคะว่าคุณจะเสียเวลาหารูปนานไหม ยิ่งตอนรีบๆ ก็ยิ่งทำให้หารูปเจอได้ยากขึ้นไปอีก

อันนี้ยังไม่รวมถึงอาการของคุณพ่อที่คุณอาจจะต้องการบอกหมอเพิ่มเติมนะคะ ซึ่งเราสามารถ

  1. ใส่รายละเอียดข้อมูล ไว้ใน Description โดยคลิกที่ Add description แล้วกรอกรายละเอียดที่ต้องการโน๊ต
  2. เก็บไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์รูป, PDF, Word ฯลฯ ไว้ในส่วนของ Attachments ด้วยการคลิกที่ upload หรือหากใช้งานในคอมพิวเตอร์ก็สามารถลากไฟล์มาวางได้เลยค่ะ
image 35

จากตัวอย่าง Task ชื่อ “เตรียมเอกสารประชุม” ที่ได้พูดถึงไปแล้วข้างต้น
เมื่อใส่ข้อมูลแล้ว จะแสดงผลดังรูป

image 36

จัดการเวลา, งาน และเรื่องส่วนตัวให้สมดุลตลอดวันได้อย่างไร

มาถึงหัวข้อนี้ คุณคงจะเริ่มใช้งานเทมเพลตนี้เป็นกันแล้ว ทีนี้เรามาจัดการทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวให้สมดุล หรือถ้าจะใช้คำว่าทำให้ชีวิต Balance ก็ไม่ผิดนักค่ะ เพราะหากเราไม่จัดการ ไม่วางแผน ชีวิตเรายุ่งเหยิงขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน อันนี้มลคอนเฟิมจากตัวมลเองเลยค่ะ 😅

วางแผนตามตารางเวลาด้วย Daily Calendar View

จากตัวอย่างก่อนหน้า คุณจะเห็นว่ามลใช้ Daily Calendar View ในการสอนสร้าง Task นั่นก็เพราะต้องการให้คุณเห็นว่า แต่ละวันคุณใช้เวลากับเรื่องอะไร และใช้ไปเท่าไหร่ เหลือเวลาเท่าไหร่ที่จะไปใช้กับเรื่องส่วนตัว

image 37

จากภาพด้านบน จะเห็นว่า หากคุณทำตามแผนได้ครบ แปลว่าคุณทำงานทุกอย่างเสร็จภายในเวลาที่คุณวางแผนเอาไว้ รวมถึงทานข้าวตรงเวลา และมีเวลาว่างให้พักผ่อนช่วง 12.00 – 13.00 น. และ หลัง 17.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งหากคุณเป็นคนมีครอบครัวแล้ว ช่วงเวลาว่างหลัง 5 โมงเย็นถือว่าเป็นเรื่องที่วิเศษมากๆ เพราะนั่นแปลว่า คุณสามารถใช้เวลาอยู่กับลูกและแฟนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเท่ากับว่าคุณโฟกัสได้ถูกทั้งงานและเวลาอีกทั้งยังจัดสรรงานได้อย่างสมดุลตลอดทั้งวันนั่นเอง

หากเจองานด่วนแทรก จะรู้ได้อย่างไรว่าทำงานไหนค้างไว้

อย่างที่มลได้เกริ่นในส่วนของการแนะนำ View ว่า Daily Calendar View จะแสดง Task ตามสีของ Status (สถานะการดำเนินการ) ซึ่ง Status แต่ละอันจะแสดงสีที่แตกต่างกัน โดยคุณสามารถเปลี่ยน Status ได้ที่หน้า Task ที่หัวข้อ Status ดังภาพ

image 38

หากคุณกำลังเริ่มทำงานของ Task นั้นๆ มลขอแนะนำให้เปลี่ยนสถานะเป็น “In Progress” หรือ “กำลังดำเนินการ” เลยค่ะ เผื่อว่าหากคุณกำลังทำงานนี้อยู่ แล้วมีงานด่วนที่คุณต้องทำแทรก เมื่อคุณย้อนกลับมาทำงานที่ค้างไว้ก็จะได้รู้ว่าทำงานไหนค้าง

image 41

เมื่อคลิกเปลี่ยนสถานะแล้ว จะเป็นดังภาพด้านล่าง

image 42

ขอแนะนำเพิ่มอีกนิดค่ะ ก่อนจะไปทำงานด่วนคุณมาโน๊ตใน Task ก่อนว่าคุณทำถึงตรงไหน แล้วค่อยไปทำงานด่วนนะคะ เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่เสียเวลามานั่งไล่ดูว่าตัวเองทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยคุณสามารถโน๊ตใน Description ได้เลยค่ะ ว่าคุณต้องกลับมาทำอะไรต่อ

ทั้งนี้ หากใน Description มีรายละเอียดของงานอยู่ ให้ใส่โน๊ตไว้ด้านล่างสุด เพื่อที่ว่าเมื่อคุณกลับมาทำงานต่อก็จะได้อ่านทวนรายละเอียดงานอีกรอบก่อนเริ่มงานใหม่ ถือเป็นการย้ำเตือนตัวเองถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของงานค่ะ

มลขอแนะนำให้คุณโน๊ตลงใน Banner ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการพิมพ์ / แล้วคลิกที่ Banner ดังภาพด้านล่างค่ะ

image 65

หลังจากนั้นคลิกเลือกสีค่ะ ซึ่งสีที่เหมาะกับการเป็นสื่อเตือนว่าคุณทำถึงไหนและต้องมาทำอะไรต่อคือ สีเหลือง ค่ะ อารมณ์แบบว่า “อย่าลืมทำ … นะ!” ประมาณนี้ค่ะ (คุณเคยสังเกตป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ บนถนนไหมคะ? ป้ายเหล่านั้นก็เป็นสีเหลืองที่สื่อถึงการเตือนเช่นกันค่ะ)

image 66

จากนั้นก็พิมพ์ข้อความที่คุณต้องการโน๊ตว่าต้องมาทำอะไรต่อ ดังตัวอย่างด้านล่างค่ะ

image 68

หากคุณทำงานนั้นเสร็จแล้ว ก็สามารถคลิกที่ไอคอน ✅ ได้เลยค่ะ

image 40

เมื่อคลิกแล้วจะเป็นดังภาพด้านล่าง

image 39

ที่ Daily Calendar View เราจะเห็น Task เป็นสีๆ ตาม Status ดังภาพ

image 44

ปล. เส้นสีแดงๆ ที่เห็นในภาพด้านบน คือ เวลา ณ ปัจจุบันที่เรามาเปิดดูใน Daily Calendar View นะคะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าทำงานไปนานเท่าไหร่

หลังจากที่คุณกำหนดเวลาคร่าวๆ ว่าคุณจะใช้เวลาทำงานนานเท่าไหร่ ขั้นตอนต่อไปที่จะทำให้คุณสามารถทบทวนตัวเองได้ว่าเราใช้เวลาเกินกว่าที่เราคำนวณหรือไม่ คือ การจับเวลาทำงานค่ะ คุณเคยจับเวลาไหมคะว่าวันนึงคุณทำกิจกรรมแต่ละอย่างนานแค่ไหน ใช้เวลาทำงานเยอะกว่า หรือ ใช้เวลากับเรื่องอื่นที่ไม่สำคัญเยอะกว่า (ก่อนหน้านี้มลเองไม่เคยจับเวลาตัวเองเลยค่ะ แต่พอได้ลองมาจับเวลาเท่านั้นแหละ ทำให้รู้เลยว่าตัวเองเสียเวลากับเรื่องอื่นไปเยอะมาก 😅)

แนะนำว่า เมื่อคุณเปลี่ยนสถานะเป็น In Progress แล้วก็เริ่มจับเวลาทำงานได้เลยค่ะ โดยคลิกที่ไอคอน ▶️ Start timer ดังภาพด้านล่างค่ะ

image 46

เมื่อคุณทำงานเสร็จแล้ว หรือกรณีที่ต้องพักไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น ไปเข้าห้องน้ำ, หัวหน้าเรียกพบ, เพื่อนร่วมงานขอคำปรึกษา ฯลฯ คุณก็หยุดเวลาทำงานก่อนค่ะ โดยคลิกที่ไอคอน ⏹️ Stop timer ดังภาพ

image 47

หากคุณย้อนกลับมาทำงานที่ค้างไว้ ก็ค่อยเริ่มจับเวลาต่อ (ดังภาพ) เพื่อที่เราจะได้ข้อมูลเวลาที่เราใช้ไปกับการทำงานนั้นจริงๆ

image 48

ทบทวนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการงานและเรื่องส่วนตัวได้อย่างไร

การทบทวนแผนงานที่เราวางไว้ในแต่ละวันมีความจำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการชีวิตของเราให้ Balance ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ซึ่งการทบทวนที่คุณสามารถทำได้เลยในทุกๆ วันคือ การเช็คว่าเวลาที่เราคำนวณคร่าวๆ ไว้ กับเวลาที่เราทำงานจริงต่างกันแค่ไหน

หากเวลาที่เราคำนวณคร่าวๆ น้อยกว่าเวลาที่ทำงานจริง แปลว่าเราอาจจะลืมดูว่ามีจุดไหนที่ทำยากหรืออาจจะใช้เวลาในการทำหรือไม่ หรือมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องแล้วทำให้ใช้เวลาทำงานมากกว่าที่คำนวณไว้หรือเปล่า

แต่ถ้าหากเวลาที่เราคำนวณไว้มากกว่าเวลาที่ทำงานจริง อาจจะหมายถึงว่าเราเผื่อเวลาตรงส่วนไหนของงานเยอะไปหรือไม่ ทั้งนี้การคำนวณระยะเวลาคร่าวๆ นั้นหากคุณแตกย่อยงานให้เป็นงานเล็กๆ ได้ละเอียดแค่ไหน คุณก็จะยิ่งคำนวณระยะเวลาคร่าวๆ หรือ Time Estimate ได้แม่นยำขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ หากคุณเจอปัญหา/อุปสรรคในระหว่างที่กำลังทำงาน คุณสามารถโน๊ตลงใน Task ได้ด้วย Custom Field ที่ชื่อ Important Notes และเมื่อคุณมาทบทวนแผนงานในแต่ละวัน คุณก็จะพบคำตอบเอาไปปรับปรุงแผนงานของคุณในวันถัดไปค่ะ

ตัวอย่างจากรูปด้านล่าง จะเห็นว่าเวลาที่คำนวณไว้ว่าจะทำงานนี้เสร็จคือ 1 ชม. 20 นาที แต่ใช้เวลาทำจริงๆ คือ 1 ชม. 43 นาที ซึ่งเกือบจะทำงานเสร็จไม่ทันเวลาที่จะต้องทำงาน Task อันถัดไป คือ ประชุมเวลา 09.00 น.

image 49

ใน Important Notes จึงได้มีการพิมพ์เตือนตัวเองว่า ทำงานเกือบไม่ทันเพราะสาเหตุใด และจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร (มลแอบคิดว่าจริงๆ แล้ว Important Notes ก็เหมือนกับการบ่นของเรานั่นแหละค่ะ) ซึ่งเมื่อหมดวันแล้วเรามาทบทวนแผนงาน เราก็จะรู้ว่าหากจะต้องทำงานลักษณะนี้อีกในอนาคตควรทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุป

เมื่อคุณลองใช้เทมเพลตนี้แล้วคุณจะเห็นผลกับตัวเองว่าชีวิตคุณนั้นใช้ได้ง่ายขึ้นแค่ไหน คุณจะหมดความกังวลทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้คุณอาจจะทำงานไม่ทัน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่มีเวลาให้กับครอบครัวอย่างที่คุณต้องการ ซึ่งมลเชื่อว่าเทมเพลตนี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนล่วงหน้าตามที่คุณแพลนเอาไว้ได้และยังสามารถปรับเปลี่ยนวันและเวลาได้ตามที่คุณต้องการและช่วยให้คุณโฟกัสได้ถูกงาน ถูกเวลา และจัดสรรงานได้อย่างสมดุลตลอดวันค่ะ

ปล. สุดท้ายก็อย่าลืมหมั่นเข้ามาเช็คงานใน Calendar นะคะ 💡 แนะนำว่าดูผ่านแอพ ClickUp บนมือถือจะง่ายและรวดเร็ว แถมดูได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ถ้าเวลาทำงานจริงหรือวางแผนควรใช้ผ่านคอมพิวเตอร์จะสะดวกที่สุดค่ะ

อยากได้บทความเรื่องอะไร หรือ หัวข้อแนวไหน สามารถแนะนำกันมาได้ที่แบบฟอร์มนี้เลยครับ ซึ่งข้อมูลที่ส่งจากแบบฟอร์มนี้จะถูกไปสร้างเป็น Clickup Task และสั่งงานผม ให้อัตโนมัติเลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *