Skip to content
Home    »   รวมบทความเกี่ยวกับ Productive Life และการใช้ ClickUp    »   Productive Life/พัฒนาตนเอง    »   ภาวะ Overwhelmed ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แต่คือวิกฤตของคนทำงาน (คนไทยเสี่ยงมาก)

ภาวะ Overwhelmed ไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดา แต่คือวิกฤตของคนทำงาน (คนไทยเสี่ยงมาก)

Overwhelmed

ถ้าคุณเคยรู้สึกว่างานล้นมือ หัวหมุนไปหมด จัดลำดับความสำคัญไม่ได้ และแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้คุณเครียดจนไปต่อไม่ถูก คุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า Overwhelmed ครับ

หลายคนอาจเข้าใจว่า “เครียด” หรือ “เหนื่อย” เป็นเรื่องปกติของชีวิต แต่ภาวะ Overwhelmed ต่างออกไป เพราะมันคือจุดที่สมองของเรารับภาระมากเกินไปจนไม่สามารถจัดการอะไรได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป ไม่ใช่แค่รู้สึกยุ่ง แต่คือ รู้สึกว่าจัดการอะไรไม่ได้เลย

Overwhelmed คืออะไร และต่างจากความเครียดทั่วไปยังไง?

โดยทั่วไป ความเครียด (Stress) คือปฏิกิริยาต่อแรงกดดันจากงานหรือชีวิตที่เรายังพอรับมือได้ แต่ Overwhelmed คือ ภาวะที่เรารู้สึกว่ามัน “ท้วมท้นเกินจะรับมือ” 🤯

  • ความเครียด: เราอาจจะยังหาทางแก้ได้ง่ายกว่า เช่น การพักผ่อน
  • Overwhelmed: รู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ ทุกอย่างมันท้วมท้นล้นมือไปหมด จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลย แม้แต่การเริ่มต้นแก้ปัญหาก็กลายเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส
image

อาการของภาวะนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนรู้สึกหมดแรงตลอดเวลา บางคนสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก หรือแม้แต่สูญเสียแรงจูงใจในสิ่งที่เคยชอบ สุดท้ายถ้าปล่อยไว้นานเข้าจะกลายเป็นภาวะ Burnout จนคุณไม่อยากจะทำอะไรเลยก็ได้

 💡บทความแนะนำ - Overwhelmed vs. Burnout ต่างกันยังไง? แบบไหนร้ายแรงกว่า?

ทำไมคนไทยกำลังเป็น Overwhelmed มากขึ้น?

ประเทศไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยปัจจัยที่ทำให้คนจำนวนมากเข้าสู่ภาวะ Overwhelmed โดยไม่รู้ตัว เช่น

⚠️ วัฒนธรรม “ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งเก่ง”
คนไทยจำนวนมากเติบโตมากับแนวคิดที่ว่า “ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งเก่ง” หรือ “ยิ่งงานยุ่ง ยิ่งประสบความสำเร็จ” ทำให้หลายคนกดดันตัวเองให้ทำทุกอย่างให้ได้ดีโดยไม่มีจุดพัก ถ้าคุณเข้าใจแบบนี้อาจลองปรับแนวคิดใหม่ด้วยบทความนี้ดูครับ 👉 งานยุ่งเท่ากับความสำเร็จจริงเหรอ?

pdttg 2025 02 27 13 28 25

⚠️ งานที่ไม่มีวันจบ
หลายอาชีพในยุคดิจิทัล เช่น ฟรีแลนซ์ หรือคนทำงานออนไลน์ มักรู้สึกว่า ต้องตอบแชตให้เร็ว ต้องอัปเดตตลอดเวลา จนไม่สามารถ “ปิดงาน” ได้จริง ๆ

pdttg 2025 02 27 13 43 18

⚠️ Toxic Social Media
สมองของเรารับข้อมูลใหม่ๆ ตลอดเวลาโดยไม่ได้หยุดพัก บางข้อมูลจริง บางข้อมูลเท็จ ที่ทำให้เกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น หรืออาจจะต้องอัปเดตข้อมูลตลอดเวลาเพราะกลัวตกเทรนด์จนเป็นภาวะ Fear Of Missing Out หรือ FOMO (ความกลัวที่จะพลาดโอกาสอะไรบางอย่างไป) และไหนจะเกิดการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ทำให้รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าผู้อื่น จนเกิดวงจรร้ายๆ ให้วนกลับมาทำงานหนักมากขึ้นไปอีก เพื่อจะได้มีหรือเป็นเท่าคนอื่นเขา

pdttg 2025 02 27 13 41 30

⚠️ Work-Life Balance ที่เบลอขึ้นทุกวัน
ยิ่งคุณมีงานท่วมท้นแค่ไหน ก็ยิ่งแยกเวลางานกับเวลาชีวิตยากขึ้น สุดท้ายไม่มีเวลาพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูตัวเอง จนเกิดภาวะ Overwhelmed ได้

pdttg 2025 02 27 13 49 43

ใครบ้างที่มักเจอกับภาวะ Overwhelmed?

ภาวะ Overwhelmed สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนครับ แต่จะมีบางกลุ่มที่มีแนวโน้มจะเจอภาวะนี้มากกว่าคนอื่น เพราะลักษณะงาน ไลฟ์สไตล์ หรือบุคลิกภาพที่ทำให้ต้องรับมือกับภาระหนักๆ เป็นประจำ

1️⃣ ฟรีแลนซ์ & ผู้ประกอบการ ซึ่งอาจมีสาเหตุดังนี้

✅ ต้องจัดการทุกอย่างเอง (งาน, การเงิน, การตลาด, ลูกค้า ฯลฯ)
✅ ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “งาน” กับ “ชีวิตส่วนตัว”
✅ ต้องคอยหางานหรือลูกค้าใหม่อยู่ตลอด เพราะไม่มีเงินเดือนประจำ

2️⃣ คนที่ทำงานประจำในองค์กรที่กดดันสูง ซึ่งอาจมีสาเหตุดังนี้

✅ งานเยอะกว่าที่ทำไหว แต่ไม่กล้าปฏิเสธ
✅ ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking)
✅ เจอ Deadline ถาโถม และประชุมเยอะจนไม่มีเวลาทำงานจริง

3️⃣ คนที่เป็น Perfectionist (อยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ) ซึ่งอาจมีสาเหตุดังนี้

✅ ใช้เวลานานเกินไปกับงานเพราะต้องทำให้ “สมบูรณ์แบบ”
✅ คิดว่าทุกอย่างต้องทำเอง ไม่ไว้ใจให้คนอื่นช่วย
✅ กลัวความผิดพลาด และมักจะกังวลกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

4️⃣ คนที่มีภาระหลายด้าน (Work + Family + Personal Life) ซึ่งอาจมีสาเหตุดังนี้

✅ ต้องดูแลงาน + ครอบครัว + ตัวเองไปพร้อมกัน
✅ ไม่มีเวลาส่วนตัว เพราะต้องทำให้ทุกคนแฮปปี้
✅ มักลืมดูแลตัวเอง จนสุดท้ายหมดพลัง

5️⃣ คนที่อยู่ในอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่น ซึ่งอาจมีสาเหตุดังนี้

(เช่น แพทย์, พยาบาล, ครู, นักจิตวิทยา, HR, ผู้นำองค์กร ฯลฯ)
✅ ต้องรับผิดชอบความเป็นอยู่ของคนอื่น
✅ ต้องฟังปัญหาของคนอื่นทุกวัน จนไม่มีเวลาจัดการอารมณ์ของตัวเอง
✅ งานไม่มีวันจบ เพราะ “ช่วยคน” ได้ไม่มีที่สิ้นสุด

วิธีแก้ภาวะ Overwhelmed

แม้ว่าภาวะนี้จะหนักหนา แต่ข่าวดีคือเราสามารถจัดการกับมันได้ครับ ลองใช้วิธีเหล่านี้ดู

“หยุด” ก่อนที่จะไปต่อ
ถ้าภาวะ Overwhelmed เหมือนกับทุกอย่างมันท้วมท้นจนหายใจไม่ออก คุณก็ควรหยุดทุกอย่างไว้ก่อนเพื่อหายใจดู เช่น ลองหายใจเข้าลึกๆ หรือออกไปเดินเล่นสัก 5 – 10 นาที การหยุดพักแม้เพียงสั้นๆ ช่วยให้สมองกลับมาโฟกัสได้ดีขึ้น หรือลองใช้เทคนิคการแบ่งเวลาพักอย่าง Pomodoro ที่ให้คุณพักงานทุกๆ 25 นาที หรือ 50 นาที
และถ้าคุณมีภาวะ Toxic Social Media คุณอาจจะต้องหยุดเล่นสักพักเพื่อผ่อนคลายจิตใจของคุณ โดยอาจจะเอาเวลาที่เคยเล่นโซเชียล ไปออกกำลังกาย หรือ ลองหางานอดิเรกทำดูครับ

pdttg 2025 02 27 13 53 16

อย่ารับทุกอย่างไว้คนเดียว
ถ้ารู้สึกว่าภาระหนักเกินไป ขอความช่วยเหลือได้ครับ ไม่ว่าจะจากเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือมืออาชีพด้านสุขภาพจิต

team work

จัดลำดับความสำคัญใหม่
ไม่ใช่ทุกอย่างต้องทำเดี๋ยวนี้ หัดเลือกทำเฉพาะสิ่งที่สำคัญจริงๆ ก่อน แล้วค่อยจัดการอย่างอื่นทีหลัง จริงๆ แล้วมักจะมีงานแค่ 20% ที่เมื่อทำเสร็จจะส่งผลลัพธ์ถึง 80% ของงานทั้งหมด และงานอีก 80% จะให้ผลลัพธ์เพียงแค่ 20% เท่านั้น ตามหลักของ Pareto ดังนั้นคุณจัดลำดับให้งาน 20% นั่นมาทำก่อนก็จะช่วยให้คุณเข้าถึงความสำเร็จได้มากขึ้นแล้ว

pareto with work figure


หรือคุณอาจลองตรวจสอบว่าตอนนี้อะไรสำคัญกับคุณจริงๆ ด้วยบทความ วงล้อชีวิต (Wheel of Life) ขับเคลื่อนชีวิตให้สมดุล แล้ววิ่งสู่เป้าหมายอย่างมั่นใจ ซึ่งในบทความจะมีทั้งวิธีใช้งานวงล้อและวิธีการปรับสมดุล

ลดความคาดหวังจากตัวเองบ้าง
ไม่มีใครทำได้ทุกอย่าง 100% ตลอดเวลา การทำให้ดีที่สุด ไม่ได้แปลว่าต้องทำให้สมบูรณ์แบบเสมอไป หรือลองหาทางทำให้งานสนุกขึ้นตามบทความนี้ดูครับ 6 เทคนิคที่ทำให้งานสนุกขึ้น

ฝึกสติให้รับรู้อยู่กับการเคลื่อนไหว
คุณสามารถทำได้ง่ายๆ แค่เพียงเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดินช้าๆ ดูเท้าซ้ายก้าวไป ดูเท้าขวาก้าวไป หรือ หากกำลังทำอะไรอยู่ก็พยายามทำให้มันช้าลง และมองดูการเคลื่อนไหวให้ชัดเจนขึ้น เช่น ขณะแปรงฟันหรือลดน้ำต้นไม้ ก็แค่ดูแขนที่ขยับ ไหล่ขยับ มือขยับ หรือถ้าอยู่ที่ทำงาน เวลาจะเดินไปห้องน้ำ ก็ดูตั้งแต่การลุกจากที่นั่ง การเดิน การก้าว ดูไปเรื่อยๆ ทุกอิริยาบท ถ้าเผลอไปคิด ก็รู้ทันและกลับมาดูที่การเคลื่อนไหวใหม่
การทำแบบนี้จะเป็นการฝึกสติที่คุณไม่ต้องเสียเวลาเลย ไม่ต้องกำหนดว่าจะต้องหาเวลานั่งสมาธิ 5 นาที เดินจงกลม 10 นาทีอะไรแบบนี้ เพราะมันคือสิ่งที่คุณต้องทำอยู่แล้วในแต่ละวันครับ 🚶

pdttg 2025 02 27 13 59 55

ใช้เทคนิคหรือเฟรมเวิร์กอื่นๆ มาช่วยในการทำงาน
ซึ่งเฟรมเวิร์กเหล่านี้มีหลายวิธีให้คุณศึกษาและนำไปปรับใช้งาน เช่น

pdttg 2025 02 27 14 00 35
  • DOR Framework : 3 ขั้นตอนในการทำงานหรือภาระต่างๆ เสร็จไปจากสมองโดยที่ยังไม่ต้องลงมือทำ นั้นก็เท่ากับว่า ไม่ว่าคุณจะงานเยอะแค่ไหนก็สามารถลดความกังวลหรือความเครียดที่เกิดกับสมองของคุณได้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา Overwhelmed ได้อย่างถาวร แต่ต้องลงมือทำอย่างจริงจัง และใช้เวลาต่อเนื่องพอสมควร โดยมี 3 ขั้นตอนคือ
    • D : Dump – จดงานและภาระต่างลงไปสักที่ ที่สามารถหยิบมาดูได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น สมุตโน๊ต, แพลนเนอร์ หรือ แอปต่างๆ
    • O : Organize – แยกประเภทงานที่รู้กำหนดและไม่รู้กำหนด พร้อมจดรายละเอียดงานด้วยการตอบคำถาม 3WIN Questions ( What, When, Who และ Next action)
    • R : Review – ทำการรีวิวงานที่ค้างคาหรือยังไม่เสร็จ ทุกวัน, ทุกสัปดาห์ และ ทุกเดือน
  • ใช้หลัก 3D: Delete – Delegate – Do
    • Delete: อะไรที่ไม่สำคัญ ตัดออกไป
    • Delegate: อะไรที่คนอื่นช่วยได้ ให้เขาช่วย
    • Do: อะไรที่ต้องทำเอง กำหนดเวลาให้ชัดเจน
  • ทำ Time Blocking เพื่อกำหนดเวลาพักและทำงานที่แน่นอน
  • วิเคราะห์ปัญหาด้วยเทคนิค 5W1H
  • ปรับแผนหรือวางแผนชีวิตใหม่ เพื่อดูว่าอะไรสำคัญกับชีวิตคุณจริงๆ และตั้งเป้าหมายด้วยหลักการ SMART Goal
  • ปรับสมดุลชีวิตให้มี Work Life Balance

ใช้เครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการงานและชีวิต เช่น

pdttg 2025 02 27 14 02 21
  • การทำ To-Do List เพื่อจัดการสิ่งที่ต้องทำในทุกๆ วัน
  • การใช้งาน แพลนเนอร์ เพื่อวางแผนงาน ประจำวัน ประจำสัปดาห์ และ ประจำเดือน
  • หรือใช้ตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพที่สุดแต่อาจต้องแลกมาด้วย Learning Curve ที่สูงหน่อยครับ อย่าง E-Planner (แต่คุ้มค่าแน่นอน การันตีจากคนที่เคย Overwhelmed อย่างผมเอง ซึ่งผมใช้อยู่ทุกวันมาตั้งแต่ปี 2022 แล้วครับ 🥰)
pdttg 2025 02 27 14 06 43
ประโยชน์ของ E-Planner

สรุป

ณ ตอนนี้คุณอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลัง Overwhelmed อยู่ก็ได้ อย่างเช่นตัวผมเองเคยเผชิญกับปัญหานี้หลายครั้ง แต่ไม่รู้ว่าคือภาวะอะไร และในประเทศไทยตอนนี้ภาวะนี้กำลังเกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในสังคมที่เร่งรีบ ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลัง “จม” อยู่กับงานและชีวิตจนไปต่อไม่ไหว ลองสังเกตตัวเอง แล้วให้เวลากับตัวเองบ้าง และนำวิธีต่างๆ ที่ผมแนะนำไปลองปรับใช้ดูครับ ⭐แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวิธีนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นเพิ่มภาระให้ Overwhelmed หนักขึ้นไปเสียอีก 😅

สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกคุณว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และคุณไม่ได้อ่อนแอที่รู้สึกแบบนี้ การดูแลสุขภาพจิตของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ และถ้าเริ่มต้นจากการใส่ใจตัวเองวันนี้ คุณจะรับมือกับทุกอย่างได้ดีขึ้นแน่นอนครับ 😊

👍บทความแนะนำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *